Critical Thinking: ทักษะจำเป็นสำหรับองค์กรยุคใหม่ในโลกที่เปลี่ยนไป

Critical Thinking: ทักษะจำเป็นสำหรับองค์กรยุคใหม่ในโลกที่เปลี่ยนไป

ลองนึกถึงสถานการณ์ที่พบบ่อยในโลกธุรกิจ: ทีมการตลาดได้รับคำร้องจากลูกค้าบางรายให้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในผลิตภัณฑ์ ผู้จัดการทีมรีบอนุมัติให้พัฒนาโดยไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ได้สำรวจความคิดเห็นจากลูกค้ากลุ่มอื่น และไม่ได้ประเมินต้นทุนหรือผลตอบแทนอย่างถี่ถ้วน ที่สำคัญ ยังละเลยการประเมินผลกระทบที่ฟีเจอร์ใหม่นี้อาจมีต่อระบบเดิมทั้งหมด

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสมมติ แต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่เรามักพบเจอในการทำงาน ซึ่งบ่อยครั้งเกิดขึ้นเพราะเราขาดสิ่งที่เรียกว่า "Critical Thinking" หรือ "การคิดเชิงวิพากษ์"

ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์เป็นทักษะที่ขาดแคลนภาคเอกชนของไทยเนื่องจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา สภาพแวดล้อมทางสังคม และวัฒนธรรมของคนไทย อย่างไรก็ตาม ทักษะนี้คือความต้องการของตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน

 

ต้นต่อของปัญหาคืออะไร

ระบบการศึกษาไทยยังคงเผชิญกับปัญหาในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ให้กับนักเรียน จากข้อมูลการประชุม World Economic Forum (WEF) ในปี 2012-2013 พบว่าการศึกษาของไทยอยู่ในอันดับท้ายสุดในอาเซียน ในปี 2019 ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยลดลงจากอันดับที่ 38 เป็นอันดับที่ 40 หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คะแนนตกลงคือผลการเรียนการสอนที่มีการฝึกทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งได้คะแนนเพียง 37 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

ผลการสำรวจจากสำนักเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติในปี พ.ศ. 2559 แสดงให้เห็นว่าผู้สำเร็จการศึกษาขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน

 

เรามีทักษะนี้หรือไม่

การรู้ว่าเรามีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์นั้นไม่ใช่แค่การตอบคำถามถูกเพียงไม่กี่ข้อ แต่เป็นการประเมินความสามารถของเราในการ คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ อย่างมีเหตุผลและรอบด้านครับ นี่คือตัวชี้วัดสำคัญที่คุณสามารถสังเกตได้ในตัวเอง:

1. คุณตั้งคำถามและสงสัยในสิ่งต่างๆ

  • ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ: คุณมักจะตั้งคำถามว่า "ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?" "มีหลักฐานอะไรสนับสนุน?" "มีมุมมองอื่นอีกหรือไม่?" แทนที่จะยอมรับข้อมูลที่ได้รับมาทันที
  • มองหาข้อมูลเพิ่มเติม: คุณไม่หยุดแค่ข้อมูลที่เห็นตรงหน้า แต่พยายามค้นคว้า หาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหลากหลาย เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์อย่างรอบด้าน

2. คุณสามารถวิเคราะห์และตีความข้อมูลได้

  • แยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น: คุณสามารถแยกแยะได้ว่าข้อมูลใดเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ และข้อมูลใดเป็นเพียงความคิดเห็นหรือความเชื่อส่วนบุคคล
  • มองเห็นความเชื่อมโยง: คุณสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกัน เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมและมองเห็นความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุเป็นผล
  • ระบุอคติได้: คุณตระหนักว่าข้อมูลหรือข้อโต้แย้งอาจมีอคติแฝงอยู่ และพยายามมองข้ามอคตินั้นเพื่อเข้าถึงแก่นแท้ของปัญหา

3. คุณประเมินข้อโต้แย้งและหลักฐานได้อย่างมีวิจารณญาณ

  • ประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล: คุณพิจารณาว่าแหล่งข้อมูลนั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน มีความเชี่ยวชาญหรือไม่ มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
  • ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของข้อโต้แย้ง: คุณสามารถวิเคราะห์โครงสร้างของข้อโต้แย้งได้ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ มีช่องโหว่ทางตรรกะตรงไหน หรือมีข้อมูลที่ตกหล่นไปบ้างหรือไม่
  • เปรียบเทียบและชั่งน้ำหนักข้อมูล: เมื่อมีข้อมูลหรือมุมมองที่แตกต่างกัน คุณสามารถนำมาเปรียบเทียบ ชั่งน้ำหนัก และหาข้อสรุปที่มีเหตุผลมากที่สุดได้

4. คุณสามารถสรุปผลและหาข้อสรุปได้อย่างมีเหตุผล

  • อนุมานได้อย่างแม่นยำ: คุณสามารถดึงข้อสรุปจากข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ด่วนสรุปหรือสรุปเกินจากข้อมูลที่ได้รับ
  • คิดถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: ก่อนตัดสินใจ คุณจะพิจารณาผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งผลดีและผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  • เสนอทางออกที่หลากหลาย: คุณไม่ได้ยึดติดกับวิธีแก้ปัญหาเดียว แต่สามารถคิดค้นทางเลือกใหม่ๆ และประเมินความเป็นไปได้ของแต่ละทางเลือก

 

ภาคเอกชนควรทำอย่างไร

หากยอมรับว่าทักษะการคิดเชิงวิพากษ์เป็นทักษะที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องได้รับการพัฒนา องค์กรควรจัดให้มีการอบรมและพัฒนาทักษะนี้ให้กับทีมงานตั้งแต่เริ่มการทำงาน และมีกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะนี้อย่างต่อเนื่อง อาจแบ่งการอบรบเป็นหลายระดับ สำหรับทีมงานทั่วไป หรือหัวหน้างาน พร้อมกับการสร้างวัฒนธรรมการทำงานให้เกิดการคิดเชิงวิพากษ์ ให้เกิดการตั้งคำถาม หาเหตุและหาผล มาประกอบการทำงานหรืองานตัดสินใจในองค์กร

เแนวทางการ การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ในองค์กร

1. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการตั้งคำถามและเปิดใจรับฟัง

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยให้พนักงานกล้าที่จะ ตั้งคำถาม และ สงสัย ในสิ่งต่าง ๆ โดยไม่กลัวว่าจะถูกมองว่าไม่รู้หรือขัดแย้งกับผู้บริหาร รวมถึงการ เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองกันอย่างอิสระ สิ่งนี้จะช่วยให้พนักงานไม่ด่วนสรุป แต่จะพยายามค้นหาข้อมูลและมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น

2. ฝึกฝนทักษะพื้นฐานของการคิดเชิงวิพากษ์

องค์กรควรจัดให้มีการอบรมหรือเวิร์คช็อปเพื่อพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการคิดเชิงวิพากษ์โดยตรง เช่น:

  • การระบุปัญหาที่แท้จริง: สอนให้พนักงานแยกแยะระหว่างอาการกับสาเหตุของปัญหา เพื่อที่จะแก้ไขได้ตรงจุด
  • การรวบรวมและประเมินข้อมูล: ฝึกให้พนักงานรู้จักหาข้อมูลจากหลายแหล่ง ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล และแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นส่วนตัว
  • การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีตรรกะ: สอนเทคนิคการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล (Logical Reasoning) เช่น การเชื่อมโยงข้อมูล การระบุความสัมพันธ์ และการมองเห็นข้อบกพร่องทางตรรกะ
  • การพิจารณาผลกระทบและทางเลือก: ฝึกให้พนักงานมองเห็นผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นจากแต่ละการตัดสินใจ รวมถึงการคิดค้นทางเลือกใหม่ ๆ ที่เป็นไปได้

การรู้จักและหลีกเลี่ยงอคติทางความคิด (Cognitive Bias): ทำความเข้าใจว่าอคติแบบต่างๆ เช่น อคติที่เลือกเชื่อเฉพาะข้อมูลที่ยืนยันความคิดเดิม (Confirmation Bias)  หรือ อคติที่ยึดติดกับข้อมูลแรกที่ได้รับ(Anchoring Bias) ส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างไร และจะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร

3. ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จริง

การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการลงมือปฏิบัติ องค์กรควรมอบหมายงานหรือโครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้ทักษะ Critical Thinking ในการแก้ปัญหาจริง เช่น:

  • กรณีศึกษา (Case Study): นำสถานการณ์จริงหรือจำลองมาให้พนักงานวิเคราะห์ หาทางออก และนำเสนอแนวคิด
  • การวิเคราะห์โครงการที่ล้มเหลว: ให้พนักงานร่วมกันวิเคราะห์ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้โครงการไม่ประสบความสำเร็จ และจะเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นได้อย่างไร
  • บทบาทสมมติ (Role Play): จำลองสถานการณ์การตัดสินใจที่ซับซ้อน เพื่อให้พนักงานได้ฝึกฝนการใช้ Critical Thinking ภายใต้แรงกดดัน

4. สร้างโอกาสในการทำงานร่วมกันและรับฟังความคิดเห็น

การคิดเชิงวิพากษ์ไม่ได้หมายถึงการคิดคนเดียว แต่รวมถึงการโต้แย้งและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่น องค์กรควร:

  • จัดประชุมที่ส่งเสริมการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์: กระตุ้นให้พนักงานนำเสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง และหาข้อสรุปที่ดีที่สุดร่วมกัน
  • ส่งเสริมการทำงานข้ามสายงาน: เพื่อให้พนักงานได้มองปัญหาจากมุมมองที่หลากหลาย และเข้าใจบริบทที่กว้างขึ้น
  • ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะ อย่างสม่ำเสมอ: ผู้บริหารและหัวหน้าทีมควรให้คำแนะนำและโค้ชชิ่งแก่พนักงาน เพื่อช่วยพัฒนาทักษะ Critical Thinking ของแต่ละบุคคล

5. ผู้บริหารต้องเป็นแบบอย่างที่ดี

ผู้นำองค์กรมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารควรแสดงให้เห็นถึงการใช้ Critical Thinking ในการตัดสินใจของตนเอง ตั้งคำถามอย่างชาญฉลาด และเปิดกว้างต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้พนักงานคนอื่น ๆ เห็นความสำคัญและปฏิบัติตาม

การคิดเชิงวิพากษ์คือทักษะการเอาตัวรอดในยุคปัจจุบัน

ในสังคมไทยที่คนส่วนใหญ่ยังขาดพื้นฐานในการฝึกฝนทักษะนี้ ทำให้มี "ความเสี่ยง" ที่จะตกอยู่ในกับดักของข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ทั้งในระดับการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายทางธุรกิจในอนาคต

เราหวังว่า “The skills - ทักษะต้องมี: ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์” จะช่วยให้ผู้นำ ผู้ประกอบการ และคนทำงาน ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้เหตุผลในการทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในสังคมที่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ปฏิบัติตนอย่างไร้เหตุผล ไม่รู้ผิดรู้ชอบ และเราอาจถูกหลอกลวงด้วยข้อมูลที่บิดเบือนได้ทุกเวลา