ธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์

ธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์

ดร. เมธี จันท์จารุภรณ์ / นักเขียนอาวุโส

สุขภาพสามารถก่อให้เกิดประโยชน์และมีรายได้มหาศาลในการทำธุรกิจดังจะเห็นได้จากธุรกิจของโรงพยาบาลร้านขายยาและบริการสุขภาพอีกหลากหลายล้วนแต่สามารถสร้างผลประโยชน์จำนวนมหาศาลทั้งสิ้นแต่โดนส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตของการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสภาพแต่ธุรกิจสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพ ยังมีไม่มากนักแม้จะมีการพูดถึงอาหารเสริมสุขภาพจำนวนมหาศาลก็ตามดังนั้นธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์ในที่นี้จึงมีความหมายที่แตกต่างไปจากเดิมโดยจะมุ่งเน้นในส่วนที่เกี่ยวกับ การสร้างเสริมสุขภาพเป็นด้านหลักและอาจจะเสริมด้วยการฟื้นฟูสุขภาพเป็นลำดับต่อมา

ธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์ที่เน้นการสร้างสุขภาพจึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่ง ที่มีความเหมาะสมจะดำเนินการอย่างจริงจังและจะต้องอาศัยการคิดค้น สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับบริบทที่แตกต่างกัน ในแนวคิดของธุรกิจ สุขภาพสร้างสรรค์นั้นประกอบไปด้วยหลักการที่สำคัญดังต่อไปนี้คือ

  • การพึ่งตนเองหรือการดูแลสุขภาพด้วยตนเองซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้มนุษย์มีสุขภาพดีเพราะการมีสุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเราครอบครัวของเราหรือสุขภาพดีเริ่มต้นที่บ้านภายใต้คำกล่าวที่ว่า แม้นเราไม่ใช่หมอเราก็สามารถดูแลสุขภาพของตัวเราได้
     
  • การมีส่วนร่วมก็เป็นอีกแนวความคิดหนึ่งที่สำคัญเพราะการมีส่วนร่วมจะสามารถระดมหรือเพิ่มศักยภาพของการดำเนินการได้การมีส่วนร่วมมีได้หลายระดับตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
     
  • การทำงานแบบเครือข่ายจะช่วยให้ ศักยภาพสูงขึ้นเพราะสามารถใช้ความพร้อมขององค์กรในการขับเคลื่อนได้อย่างอิสระและสอดคล้องกับบริบทที่แตกต่างกัน

ธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์จึงมีจุดเน้นที่  การสร้างเสริมสุขภาพ การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง การมีส่วนร่วม และการทำงานแบบเครือข่าย การดำเนินงานในลักษณะนี้จะมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจในด้านต่างๆอีกมากมายซึ่งหากมีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดีก็สามารถสร้างพลังที่มหาศาลได้และก่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางสังคมในด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วย ติดเตียง ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้เปราะบาง ผู้พิการหรือผู้ยากไร้ เป็นต้น


ในการดำเนินงานธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์จะมีความยั่งยืนในการทำงานเพราะธุรกิจส่วนหนึ่งจะช่วยทำให้งานพัฒนาต่อไปได้ทั้งในส่วนของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้เกี่ยวข้องและยังเชื่อมโยงถึงผู้ให้การสนับสนุนอีกด้วยและที่สำคัญอีกประการหนึ่งแนวแนวความคิดนี้ก็คือ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นประโยชน์สาธารณะและจะพัฒนาไปสู่การเป็นกองทุนของผู้ยากไร้ในอนาคต

ความยากลำบากของการดำเนินการธุรกิจในลักษณะนี้จะต้องอาศัยผู้นำหรือทีมงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และอุดมการเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริงจึงจะสามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ใหม่ได้และมีความพร้อมที่จะดำเนินการภายใต้สังคมในปัจจุบันที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้นมากขึ้นและความเห็นแก่ตัวสูงขึ้นตลอดเวลาภายใต้การเห็นประโยชน์ทั้งทรัพย์สินเงินทอง และอำนาจวาสนาต่างๆที่จะตามมาดังปรากฏอยู่ในขณะนี้

การเริ่มต้นธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์จากจุดเล็กๆนี้จะค่อยค่อยเติบโตขึ้นไปตามลำดับขั้นของความพยายามและความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและภาคประชาสังคม

สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจสุขภาพในประเทศไทย

มูลค่าธุรกิจสุขภาพและเวลเนสของไทย
    •    ในปี 2567 มูลค่าธุรกิจสุขภาพและเวลเนสของไทยอยู่ที่ประมาณ 1.4–1.5 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 7–10% ต่อปี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เวชศาสตร์ป้องกัน และผลิตภัณฑ์สุขภาพ。
 
รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน
    •    รายได้รวมของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 322,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 330,000 ล้านบาทในปี 2568 โดยอัตราการเติบโตลดลงเหลือประมาณ 3% ต่อปี หลังจากการเติบโตก้าวกระโดดในทศวรรษที่ผ่านมา。

การเติบโตของบริการสุขภาพเฉพาะทาง
    •    บริการเสริมความงามและเวชศาสตร์เชิงป้องกัน (Wellness & Preventive Care) มีแนวโน้มเติบโตดี โดยตลาดเสริมความงามของไทยขยายตัวเฉลี่ย 14% ต่อปีในช่วงปี 2562–2566 ส่วนบริการ Wellness และ Preventive Care มีผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างรายได้แบบประจำ (Recurring Income) ได้ดี

 ปัจจัยผลักดันธุรกิจสุขภาพ
    •    ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 2567 โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป 14% และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-aged Society) ในปี 2576 ที่ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป 20%。
    •    การเติบโตของชนชั้นกลางและกำลังซื้อที่สูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ส่งผลให้ความต้องการบริการสุขภาพทั้งรักษาและป้องกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    •    การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เป็นภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม Wellness Economy ของไทย และเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ไทยเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวสุขภาพจากทั่วโลก

ความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน
    •    รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง Medical & Wellness Hub ของภูมิภาค โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาระบบสุขภาพและบริการที่ทันสมัย

การเชื่อมโยงกับธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์

สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาพยาบาลหรือฟื้นฟูสภาพเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นแนวทางหลักของธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์ที่คุณเน้นไว้ในบทความ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง การมีส่วนร่วม และการทำงานเครือข่าย ซึ่งจะช่วยเสริมพลังให้ธุรกิจสุขภาพของไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและตอบโจทย์สังคมไทยในยุคปัจจุบัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักท่องเที่ยวจีนแห่เที่ยว ‘กัมพูชา’ เพิ่มกว่า 50% ในไตรมาสแรก

นักท่องเที่ยวจีนแห่เที่ยว ‘กัมพูชา’ เพิ่มกว่า 50% ในไตรมาสแรก

13 พฤษภาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

พนมเปญ, 9 พ.ค. (ซินหัว) — วันศุกร์ (9 พ.ค.) กระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชารายงานว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เยือนกัมพูชาในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) รวมอยู่ที่ 286,156 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.6 เมื่อเทียบปีต่อปี

Overtourism ในยุโรปใต้: บทเรียนและโอกาสของการท่องเที่ยวไทย

Overtourism ในยุโรปใต้: บทเรียนและโอกาสของการท่องเที่ยวไทย

17 มิถุนายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การประท้วง “Overtourism” ในยุโรปใต้เมื่อ 15 มิ.ย.2568 ชาวเมืองบาร์เซโลนา เวนิส มิลาน ลิสบอน รวมตัวต่อต้านนักท่องเที่ยวล้นเมือง ส่งผลให้ค่าเช่าและค่าครองชีพสูงขึ้น วิถีท้องถิ่นเปลี่ยน ไทยแม้ยังไม่รุนแรงแต่เผชิญปัญหาคล้ายในเมืองท่องเที่ยวหลัก อย่างไรก็ตามวิกฤตินี้เปิดโอกาสให้ไทยเป็นทางเลือกใหม่ เน้นการท่องเที่ยวยั่งยืน กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง พัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มสุขภาพ นิเวศ และหรูหรา เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม.

อนาคตท่องเที่ยวไทย: ทางรอดจากความเปราะบาง

อนาคตท่องเที่ยวไทย: ทางรอดจากความเปราะบาง

3 มิถุนายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บทความนี้สำรวจสภาพปัจจุบันและความท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยระบุว่าแม้ไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง แต่ก็กำลังเผชิญภาวะขาลงและความเปราะบางจากการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ปัญหาหลักที่ลดศักยภาพการแข่งขันคือโครงสร้างพื้นฐาน การกระจายรายได้ ความปลอดภัย และการแข่งขันจากต่างประเทศ บทความเสนอแนวทางลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มมูลค่า ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระจายแหล่งท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่น ส่งเสริมความยั่งยืน และพัฒนาเศรษฐกิจในมิติอื่นควบคู่กัน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงในระยะยาว

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

25 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

วิกฤตศรัทธา! มรสุมวงการสงฆ์ ฉุดท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ 15,000 ล้านสั่นคลอน

วิกฤตศรัทธา! มรสุมวงการสงฆ์ ฉุดท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ 15,000 ล้านสั่นคลอน

17 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การอื้อฉาวของพระสงฆ์ไทยได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างมีนัย สำคัญโดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวทางศาสนา สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และ Soft Power ของไทย ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่อาจส่งผลต่อการรับรู้ของนานาชาติต่อไทยในระยะยาว