อนาคตท่องเที่ยวไทย: ทางรอดจากความเปราะบาง

อนาคตท่องเที่ยวไทย: ทางรอดจากความเปราะบาง

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

 

ช่วงนี้เงียบจนน่าตกใจ หลาย ๆ ร้านในเครือมียอดขายลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน น่ากลัวมาก ๆ นี่สินะปีเผาจริง เพื่อน ๆ ที่ทำร้านเป็นอย่างไรกันบ้างครับ สู้ ๆ ครับ เราต้องรอด”

เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร
เจ้าของร้านอาหารมิชลินอย่าง ‘Le Du (ฤดู)’
และร้านในเครืออื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 8 แบรนด์ 

รายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปกว่า 1 แสนล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 2.3 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับ 5 เดือนแรกของปีที่แล้ว สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมที่พัก สายการบินและขนส่งทางอากาศ ขนส่งทางบก ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ร้านขายของที่ระลึก/ของฝาก และธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม

ประเทศไทย: ผู้นำด้านการท่องเที่ยวของโลก

ประเทศไทยถือเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดกลางเพียงประเทศเดียวที่ติดอันดับประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในโลก โดย 10 อันดับแรกของประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สเปน ฝรั่งเศส ไทย สหราชอาณาจักร อิตาลี ออสเตรเลีย เยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน ทั้งนี้ ประเทศไทยมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วน GDP สูงสุดในกลุ่มนี้ คือประมาณ 12% ขณะที่สหรัฐอเมริกามีสัดส่วนเพียง 1.1% และจีน 0.27%

ในเชิงปริมาณ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลกที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในปี 2024 โดย 10 อันดับแรก ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐอเมริกา อิตาลี ตุรกี เม็กซิโก สหราชอาณาจักร เยอรมนี กรีซ และไทย นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังครองอันดับ 1 เมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดในโลกเมื่อปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวมากถึง 32.4 ล้านคน

ศักยภาพการแข่งขันทางการท่องเที่ยวลดลงอย่างน่าเป็นห่วง

แม้ไทยจะมีศักยภาพด้านรายได้และจำนวนผู้มาเยือนสูง แต่การจัดอันดับศักยภาพการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของโลก (WEF TTDI 2024) ไทยกลับอยู่อันดับ 47 ของโลก (ลดลง 6 อันดับ) ปัจจัยที่ทำให้ไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มท็อปเทน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงการเดินทางยังขาดการพัฒนาในบางพื้นที่ การกระจายรายได้และการพัฒนาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนยังไม่ทั่วถึง ปัญหาด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ในบางช่วงเวลา และ การแข่งขันจากประเทศคู่แข่งที่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมมากขึ้น เช่น ญี่ปุ่น สเปน และ ฝรั่งเศส

เศรษฐกิจไทยกับความเปราะบางจากการพึ่งพาการท่องเที่ยว

ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 7 ของโลกในแง่สัดส่วน GDP จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ประมาณ 12–13%) โดยประเทศที่มีสัดส่วน GDP จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดส่วนใหญ่เป็นประเทศขนาดเล็กหรือประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก เช่น มัลดีฟส์ มาเก๊า กัมพูชา โครเอเชีย มอนเตเนโกร จอร์เจีย กรีซ โปรตุเกส และสเปน

เศรษฐกิจไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวในสัดส่วนสูง โดยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นประมาณ 12% ของ GDP และรายได้รวมจากการท่องเที่ยวคิดเป็น 18-20% ของ GDP ในแต่ละปี[2][8] จุดแข็งนี้ทำให้ภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นจุดเปราะบางสำคัญต่อปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น 

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนสูง หากเกิดความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจหรือเกิดวิกฤตในภูมิภาค จะกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวทันที รวมทั้งนักท่องเทียวรัสเซียมีผลกระทบจากสงคราม

เศรษฐกิจโลกผันผวน
วิกฤตเศรษฐกิจหรือภาวะถดถอยในประเทศต้นทางหลัก เช่น จีน ยุโรป สหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว[8]

โรคระบาดและภัยธรรมชาติ 
เหตุการณ์โควิด-19 แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบหนักกว่าประเทศที่พึ่งพาภาคการท่องเที่ยวน้อยกว่า และเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีข่าวอาคาร สำนักงาน สตง ถล่ม ส่งผลสะเทือนต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวพอสมควร

การแย่งชิงทรัพยากรระหว่างอุตสาหกรรม
การเติบโตของภาคท่องเที่ยวดึงแรงงานและเงินทุนจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของเศรษฐกิจลดลง และเสี่ยงต่อภาวะ "Dutch disease" เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตในภาคเศรษฐกิจหนึ่ง (เช่นการค้นพบแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ) แต่ไปทำให้ภาคเศรษฐกิจอื่นๆถดถอย (เช่นภาคการผลิตหรือเกษตรกรรม) สามารถอธิบายด้วยกลไกทางการค้าระหว่างประเทศคือ การที่ภาคเศรษฐกิจใดๆเติบโตขึ้นจะนำมาซึ่งเงินทุนไหลเข้าจากต่างชาติ ส่งผลให้สกุลเงินของประเทศแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ การแข็งค่าของสกุลเงินทำให้ประเทศมีต้นทุนในการส่งออกสูงขึ้นและมีต้นทุนการนำเข้าลดลง ทำให้ประเทศมีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกด้อยลง
 

5 ข้อเสนอแนวทางลดความเปราะบางและสร้างความยั่งยืนในการท่องเที่ยว
 

1. เพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพในภาคการท่องเที่ยว

การเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพในภาคการท่องเที่ยวควรมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแรงงาน การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ และการยกระดับบริการ เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว โดยให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ” คือเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูงและมีเป้าหมายเฉพาะด้าน เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการรักษา ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทย มากกว่าการเน้นเพียงแค่จำนวนนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ควรเร่งสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว รวมถึงเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของประเทศ ด้วยการลงทุนในระบบความปลอดภัย เช่น การติดตั้งกล้อง CCTV และมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
 

2. กระจายความเสี่ยงและลดการกระจุกตัว  

การกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและชุมชนท้องถิ่น พร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมและทั่วถึง เช่น การปรับปรุงถนน การขยายสนามบิน และการพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้การเดินทางสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น เมืองรองอย่างน่าน ลำปาง หรือบุรีรัมย์ เริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะมีเสน่ห์เฉพาะตัวและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ซึ่งช่วยกระจายรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ

 

3. เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับภาคเศรษฐกิจอื่น 

การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับภาคเศรษฐกิจอื่น เช่น การส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานกับภาคเกษตร อาหาร งานฝีมือ และบริการสุขภาพ เพื่อให้ผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวกระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก การกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ ไม่เพียงช่วยลดความแออัดในแหล่งท่องเที่ยวหลัก แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนและส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
 

4. ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

การผลักดันมาตรฐานการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนกำลังกลายเป็นแนวทางสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เริ่มนำแนวคิด Green Hotel และ Wellness Tourism มาปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพและความยั่งยืนของการท่องเที่ยว โรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน Green Hotel ต้องดำเนินกิจกรรมที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการขยะ การประหยัดพลังงานและน้ำ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นผ่านการสร้างงานและสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เน้นการส่งเสริมสุขภาวะของนักท่องเที่ยวควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ปัจจุบันมีระบบการรับรองและมาตรฐานที่ช่วยคัดกรองแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจที่ดำเนินงานอย่างยั่งยืน เช่น การรับรอง Wellness Tourism Destination ที่ประเมินทั้งด้านความยั่งยืน การเข้าถึงบริการสุขภาพ และความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น เมืองต้นแบบหรือโซนท่องเที่ยวพิเศษ ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้และลดผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวหลัก โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการสร้างความแตกต่างและความน่าเชื่อถือในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกจึงควรเข้าร่วมโครงการรับรองความยั่งยืน เช่น ASEAN Green Hotel Standard, ASEAN Ecotourism Standard หรือมาตรฐานระดับสากลอื่น ๆ 

5. พัฒนาเศรษฐกิจในมิติอื่นควบคู่กัน

การพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องขับเคลื่อนในหลายมิติไปพร้อมกัน ไม่ใช่เพียงแค่มุ่งเน้นภาคการท่องเที่ยวหรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเท่านั้น หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสูง เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานสะอาด ดิจิทัล และนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพารายได้จากภาคใดภาคหนึ่ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพและอุตสาหกรรมดิจิทัล จะช่วยสร้างงานใหม่และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ขณะที่การลงทุนในพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสีเขียว ก็จะช่วยให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและสอดรับกับกระแสโลกด้านความยั่งยืน การพัฒนาเศรษฐกิจในมิติที่หลากหลายควบคู่กันเช่นนี้ จะช่วยให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายจากสถานการณ์โลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อปัจจัยภายนอกเกิดจากการพึ่งพาการท่องเที่ยวมากเกินไป ซึ่งทำให้ไทยอ่อนไหวต่อวิกฤตโลกและความเปลี่ยนแปลงที่ควบคุมไม่ได้ การแก้ไขต้องมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพ กระจายความเสี่ยง พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความยั่งยืนในระยะยาวควบคู่กับการลงทุนในภาคเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงและยืดหยุ่นต่อความผันผวนในอนาคต

 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองทิศทางการท่องเที่ยวอย่างไร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย - ททท.ชูปี 2568 เป็นปีทอง “Amazing Thailand Grand Tourism Year 2025” เน้นรายได้–ประสบการณ์–ยั่งยืน รับมือท่องเที่ยวโลกเปลี่ยน กรุงเทพฯ – 21 ธันวาคม 2567

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยทิศทางการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวไทยปี 2568 ว่า ททท. จะเน้นขยายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพใช้จ่ายสูง ควบคู่กับการกระตุ้นให้คนไทยเดินทางบ่อยขึ้น กระจายรายได้สู่จังหวัดต่าง ๆ อย่างทั่วถึง พร้อมยกระดับประสบการณ์และความยั่งยืนในทุกมิติ

ททท. ตั้งเป้าปี 2568 เป็น “Amazing Thailand Grand Tourism Year 2025” ด้วยกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

ตลาดต่างประเทศ เน้นดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มใช้จ่ายสูง พร้อมผลักดันตลาดจีนผ่านโครงการ “สวัสดีหนีห่าว” และกิจกรรมเมกะแฟมทริป เชิญผู้ประกอบการทัวร์และสื่อจีนสำรวจบรรยากาศท่องเที่ยวไทย

กลยุทธ์ประสบการณ์ มุ่งสร้าง Grand Invitation, Grand Collaboration, Grand Privilege, Grand Festivity และ Grand Moment เพื่อเสริมสร้างความประทับใจและความหมายในการเดินทาง

ความยั่งยืน เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ทั้งนี้ ททท. เตรียมปรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 เหลือ 35.5 ล้านคน จากเดิม 39 ล้านคน เนื่องจากการชะลอตัวของตลาดจีนซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ โดยยังคงเป้ารายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท

สำหรับกิจกรรมสำคัญในปี 2568 ยังรวมถึงการจัดงาน “ไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส 2025” ที่เชียงใหม่ และการดึงผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้าร่วมงาน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก

ที่มา https://tatreviewmagazine.com/article/thailand-tourism-trends-2025/

Sources
[1] โครงสร้างเศรษฐกิจสังคมไทย: ความเปราะบางท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง https://www.pier.or.th/abridged/2021/16/
[2] การท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจไทย - The 101 World Economy https://www.the101.world/tourism-and-thai-economy/
[3] KKP Research แนะ 5 แนวทาง เสริมภูมิการท่องเที่ยวไทย ป้องกันเศรษฐกิจ ... https://thaipublica.org/2023/04/kkp-research56/
[4] เศรษฐกิจเติบโต พร้อมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิด Green Economy - Ditto https://www.dittothailand.com/th/dittonews/green-economy/
[5] 'รัฐบาลเพื่อไทย' ปลุกพลังท่องเที่ยว สร้างแรงส่งใหม่ให้เศรษฐกิจไทยฟื้นฟู ... https://www.ptp.or.th/archives/33618
[6] Sustainable Tourism จับตาการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ใส่ใจความยั่งยืน https://www.krungsri.com/th/research/research-intelligence/sustainable-tourism-2024
[7] ไทยกำลังเผชิญกับ 5 ความเปราะบางทางเศรษฐกิจ และ ... - TheStandard.co https://thestandard.co/key-messages-thai-economic-vulnerability/
[8] เศรษฐกิจไทยหวังพึ่งพา ภาคท่องเที่ยวมากเกินไป กลับกลายเป็นดาบสองคม https://www.amarintv.com/spotlight/economy/508234
[9] เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน - Open Development Thailand https://thailand.opendevelopmentmekong.net/th/topics/sustainable-development-goals/
[10] Tourism at a crossroad: อนาคตภาคการท่องเที่ยวไทย เดินต่ออย่างไรในฟ้า ... https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/Article_1Aug2021.html
[11] ศึกนอก-ศึกใน บั่นทอนเศรษฐกิจไทยให้เปราะบาง https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/prachachat-chayawadee-mar25.html
[12] เศรษฐกิจไทยกลายเป็นโลก 2 ใบ ความเปราะบางจะจุด 'ชนวนวิกฤตสังคม ... https://www.youtube.com/watch?v=eG3p9C3V-6o
[13] ความเปราะบางของจีดีพี เมื่อเศรษฐกิจไทยผันผวนไปตามฤดูกาล https://www.the101.world/thai-economy-gdp-seasonal-dynamics/
[14] ความเปราะบางของอุตสาหกรรมและแรงงานในภาคการท่องเที่ยวและบริการไทย http://www.urbanfuturestu.com/resiliencetheseries01/
[15] สร้างชาติด้วย “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ไทยอยู่ตรงไหนบนเวทีโลก? https://thailandpolicylab.com/tourism-build-nation/
[16] ความเปราะบางในมิติเชิงพื้นที่ จังหวัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยวในระดับสูง - TDRI https://tdri.or.th/2020/04/covid-20/
[17] [PDF] การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย - ThaiJO https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/download/242469/164444
[18] วิกฤติค่าครองชีพ-เศรษฐกิจตกต่ำ โจทย์หิน "ท่องเที่ยวไทย" พระเอกตัวจริงปี 66 https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1043156
[19] EIC ชี้ เศรษฐกิจไทยโตช้า เปราะบางและไม่แน่นอน อุตสาหกรรมไทยยังมี ... https://thaipublica.org/2024/06/scb-eic-outlook-q2-2024/
[20] การเปลี่ยนแปลงภาคการท่องเที่ยวไทย กับก้าวต่อไปหลังเปิดประเทศ https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/bot-magazine/Phrasiam-65-3/the-knowledge-65-3-3.html

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Overtourism ในยุโรปใต้: บทเรียนและโอกาสของการท่องเที่ยวไทย

Overtourism ในยุโรปใต้: บทเรียนและโอกาสของการท่องเที่ยวไทย

17 มิถุนายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การประท้วง “Overtourism” ในยุโรปใต้เมื่อ 15 มิ.ย.2568 ชาวเมืองบาร์เซโลนา เวนิส มิลาน ลิสบอน รวมตัวต่อต้านนักท่องเที่ยวล้นเมือง ส่งผลให้ค่าเช่าและค่าครองชีพสูงขึ้น วิถีท้องถิ่นเปลี่ยน ไทยแม้ยังไม่รุนแรงแต่เผชิญปัญหาคล้ายในเมืองท่องเที่ยวหลัก อย่างไรก็ตามวิกฤตินี้เปิดโอกาสให้ไทยเป็นทางเลือกใหม่ เน้นการท่องเที่ยวยั่งยืน กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง พัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มสุขภาพ นิเวศ และหรูหรา เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม.

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

25 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

วิกฤตศรัทธา! มรสุมวงการสงฆ์ ฉุดท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ 15,000 ล้านสั่นคลอน

วิกฤตศรัทธา! มรสุมวงการสงฆ์ ฉุดท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ 15,000 ล้านสั่นคลอน

17 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การอื้อฉาวของพระสงฆ์ไทยได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างมีนัย สำคัญโดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวทางศาสนา สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และ Soft Power ของไทย ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่อาจส่งผลต่อการรับรู้ของนานาชาติต่อไทยในระยะยาว

ธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์

ธุรกิจสุขภาพสร้างสรรค์

12 มิถุนายน 2568

ดร. เมธี จันท์จารุภรณ์ / นักเขียนอาวุโส

สุขภาพสามารถก่อให้เกิดประโยชน์และมีรายได้มหาศาลในการทำธุรกิจดังจะเห็นได้จากธุรกิจของโรงพยาบาลร้านขายยาและบริการสุขภาพอีกหลากหลายล้วนแต่สามารถสร้างผลประโยชน์จำนวนมหาศาลทั้งสิ้นแต่โดนส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตของการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสภาพแต่ธุรกิจสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพ