จีนมุ่งสู่ ‘ไฟฟ้าสีเขียว’ เดินหน้าหนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดระดับโลก

จีนมุ่งสู่ ‘ไฟฟ้าสีเขียว’ เดินหน้าหนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดระดับโลก

สำนักข่าวซินหัว

ปักกิ่ง, 22 ธ.ค. (ซินหัว) — ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลก จีนประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ซึ่งมีสัดส่วนถึงหนึ่งในสามของปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้ได้ปรับโฉมภูมิทัศน์โครงสร้างอุตสาหกรรมทั้งระดับประเทศและระดับโลก ด้วยการบูรณาการแหล่งพลังงานหมุนเวียนเข้ากับชีวิตประจำวันและการผลิตในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน อาทิ ชิงไห่ ซินเจียง และหนิงเซี่ย ได้เปลี่ยนพื้นที่ทะเลทรายอันกว้างขวางให้กลายเป็นศูนย์กลางพลังงานหมุนเวียน โดยพื้นที่เหล่านี้ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแสงอาทิตย์และกระแสลมที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบกับต้นทุนค่าที่ดินที่ต่ำ ในการผลิตพลังงานสะอาดปริมาณมหาศาล

ตำบลหมิ่นหนิง เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนา จากเดิมที่เป็นพื้นที่ยากจนสู่การเป็นเขตสาธิตพลังงานสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง โดยตำบลหมิ่นหนิงสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 550 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 188,300 ตัน พร้อมทั้งเป็นแหล่งพลังงานหลักให้แก่ภาคอุตสาหกรรมในท้องถิ่นและครัวเรือนกว่า 11,000 หลังคาเรือน

ตำบลหมิ่นหนิงได้ใช้ระบบจัดเก็บพลังงานขั้นสูงที่ช่วยกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนเกินในช่วงกลางวัน เพื่อนำออกมาใช้ร่วมกับพลังงานลมในช่วงกลางคืน โครงสร้างพื้นฐานนี้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านระบบทำความร้อนของผู้อยู่อาศัยลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในระดับสากล

ในมณฑลแถบชายฝั่งทะเลอย่างกว่างตง (กวางตุ้ง) และเจียงซู ได้มุ่งเน้นการสร้างคลัสเตอร์กังหันลมใกล้ชายฝั่ง (Offshore wind clusters) และระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายศูนย์ในบริเวณใกล้เคียงสวนอุตสาหกรรม กลยุทธ์นี้สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงในท้องถิ่น พร้อมกับลดค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการส่งสัญญาณทางไกล

ความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมจีนสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านศักยภาพการผลิตชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งสูงถึง 80-90% ของผลผลิตทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัปของจีนเริ่มประสบความสำเร็จในการพัฒนาเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) โดยการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจนสีเขียวให้กลายเป็นเชื้อเพลิงเหลว

การบูรณาการทางเทคโนโลยีถือเป็นสิ่งสำคัญ จีนได้นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (loT) มาใช้สร้าง “ศูนย์ประสานงานกลาง” (Nerve center) สำหรับโครงข่ายไฟฟ้า การเชื่อมต่อกันนี้ช่วยให้อุปกรณ์ประเภทต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการกระแสข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างเสถียรภาพในกับกระบวนการการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ท้ายที่สุด จีนได้ริเริ่มแบ่งปันความเชี่ยวชาญของตนสู่โลกอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการที่เปิดโอกาสให้วิศวกรจากนานาประเทศเข้าศึกษาเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ซึ่งช่วยให้ประเทศต่างๆ อาทิ เซอร์เบียและเปรู จัดการกับปัญหาความไม่เสถียรของโครงข่ายไฟฟ้าผ่านนวัตกรรมและแนวทางปฏิบัติของจีน