ครบหนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ใครยังมีอาการคลื่นไส้เวียนหัวอยู่บ้าง?

ครบหนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ใครยังมีอาการคลื่นไส้เวียนหัวอยู่บ้าง?

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 13.00 น. นับเป็นวันที่คนไทยในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ประสบกับอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ และมึนงง ซึ่งเป็นอาการของโรค “สมองเมาแผ่นดินไหว” (Post-Earthquake Dizziness Syndrome: PEDS) โดยมักพบในผู้ที่อยู่ในอาคารสูงหรือบริเวณใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว อาการนี้เกิดจากความผิดปกติของระบบการทรงตัวและประสาทสัมผัสที่ไม่สอดคล้องกัน ส่งผลให้รู้สึกเหมือนพื้นยังคงสั่นไหว แม้เหตุการณ์จะสิ้นสุดลงแล้ว

โดยทั่วไป อาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงและหายไปเองภายในไม่กี่วันถึง 1–2 สัปดาห์หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อร่างกายและระบบประสาทการทรงตัวสามารถปรับตัวได้ อย่างไรก็ตาม ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะวิตกกังวลสูงหรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาท อาการอาจคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน

หลังแผ่นดินไหว มีโรคหรือภาวะเฉพาะที่เกิดขึ้นได้กับผู้ประสบเหตุการณ์ โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ โรคทางกายและโรคทางจิตใจ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

โรคหรือภาวะเฉพาะที่เกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหว

1. โรคสมองเมาแผ่นดินไหว (Earthquake Drunk / Post-Earthquake Dizziness Syndrome)
มีเป็นอาการเวียนศีรษะ รู้สึกโคลงเคลง หรือเหมือนพื้นยังสั่นไหว แม้แผ่นดินไหวจะผ่านไปแล้ว สาเหตุจากระบบการทรงตัว (vestibular system) ในหูชั้นในและสมองถูกรบกวนขณะเกิดแผ่นดินไหว ทำให้สมองปรับตัวไม่ทันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาการนี้พบได้บ่อยในผู้ที่อยู่ในอาคารสูง ผู้ที่ไวต่อการเมารถเมาเรือ หรือมีไมเกรนมาก่อน

2. โรคสมองหลอนแผ่นดินไหว (Earthquake Illusion)
ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนมีแรงสั่นสะเทือนทั้งที่ไม่มีแผ่นดินไหวจริง มักเกิดจากความตื่นตัวสูง ความวิตกกังวล หรือความเครียดสะสมหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว และ มีความเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลประสาทสัมผัสที่ขัดแย้งกันในสมอง

3. โรคแพนิกหลังแผ่นดินไหว (Panic Disorder)
เป็นอาการตื่นตระหนก หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก หายใจไม่อิ่ม ร่วมกับความกลัวอย่างรุนแรง มีภาวะผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติที่กระตุ้นโดยเหตุการณ์แผ่นดินไหว

4. โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD)
พบในผู้ที่ประสบเหตุการณ์รุนแรง เช่น แผ่นดินไหว อาการได้แก่ การย้อนนึกถึงเหตุการณ์ (flashback), ฝันร้าย, หลีกเลี่ยงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์, หวาดระแวง, ซึมเศร้า หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง

5. อาการทางจิตใจอื่นๆซึมเศร้า วิตกกังวล ย้ำคิดย้ำทำ (OCD) หรือโรคกลัว (Phobia) ที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวโดยตรง

การป้องกันโรคสมองเมาหลังแผ่นดินไหว

โรคสมองเมาหลังแผ่นดินไหว (Post-Earthquake Dizziness Syndrome) เป็นอาการเวียนศีรษะ โคลงเคลง คลื่นไส้ หรือรู้สึกว่าพื้นยังสั่นอยู่หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว แม้จะไม่มีวิธีป้องกันแบบเฉพาะเจาะจง 100% แต่สามารถลดโอกาสเกิดอาการและบรรเทาอาการได้ด้วยแนวทางดังนี้

แนวทางป้องกันและลดความเสี่ยง

 •    พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอดนอน เพื่อให้ระบบประสาทและสมองฟื้นฟูสมดุล.
 •    ดื่มน้ำเปล่าสะอาดหรือน้ำขิง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เพราะจะกระตุ้นอาการเวียนศีรษะให้มากขึ้น.
•    หลีกเลี่ยงการใช้สายตากับหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์นาน ๆ รวมถึงการไถฟีดข่าว เพราะการจ้องภาพเคลื่อนไหวจะกระตุ้นอาการเวียนศีรษะและความเครียด.
•    มองไปที่จุดไกล ๆ ที่นิ่ง เช่น ขอบฟ้า ต้นไม้ หรือสิ่งก่อสร้างที่มั่นคง เพื่อช่วยให้ระบบการทรงตัวปรับเข้าสู่สมดุล ลดความรู้สึกโคลงเคลง.
•    หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่รู้สึกไม่มั่นคง เช่น ตึกสูงหรือพื้นที่ที่ยังมีแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง.
•    หากรู้สึกเวียนศีรษะ ให้หยุดเคลื่อนไหวทันที นั่งพักหรือเอนตัวในที่ปลอดภัย เพื่อลดโอกาสหกล้ม.
•    หายใจเข้า-ออกลึก ๆ ช้า ๆ เหมือนการทำสมาธิ ช่วยให้ผ่อนคลายและลดความตื่นตระหนก.
•    ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินช้า ๆ หรือฝึกการทรงตัว (vestibular rehabilitation) เพื่อกระตุ้นระบบประสาทการทรงตัวให้กลับมาทำงานปกติ.
•    จำกัดการติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวที่กระตุ้นความเครียดหรือความสูญเสีย.
•    พูดคุยหรือแบ่งปันประสบการณ์กับผู้อื่น เพื่อคลายความเครียดและความวิตกกังวล.
•    หากมีอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์
ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ควรได้รับการดูแลและประเมินจากแพทย์หากอาการรบกวนชีวิตประจำวัน