4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ปี 2025 เป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวตาม 4 เทรนด์การพัฒนาทักษะใหม่ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและซัพพลายเชน, ความยั่งยืน (Sustainability & ESG), สุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness) และ AI ในการบริหารธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

การเข้าใจเทคโนโลยีใหม่และการใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และตัดสินใจได้แม่นยำ ขณะที่การบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนและการตอบโจทย์ด้านสุขภาพของผู้บริโภคช่วยสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเติบโตในระยะยาว หากไม่ปรับตัว ธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะล้าหลัง สูญเสียลูกค้า และพลาดโอกาสทางการตลาด

 

4 เทรนด์การพัฒนาทักษะใหม่

1. เทคโนโลยีการผลิตและซัพพลายเชน (Manufacturing & Supply Chain Tech)

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติและการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI, IoT และ Big Data ในการจัดการซัพพลายเชน ไม่ใช่เรื่องขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ธุรกิจทุกระดับต้องปรับตัว ผู้ประกอบการต้องเข้าใจการวิเคราะห์ข้อมูล การใช้ระบบ ERP และการบริหารโลจิสติกส์แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และตอบสนองลูกค้าได้อย่างแม่นยำ

ความสำคัญ:
หากไม่ปรับตัว ธุรกิจจะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ความล่าช้าในการส่งมอบสินค้า และความเสี่ยงในการสูญเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งที่มีระบบจัดการที่ทันสมัยกว่า
 

2. ความยั่งยืน (Sustainability & ESG)

การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยที่นักลงทุนและผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อหรือร่วมลงทุน ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้วิธีการออกแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG ตั้งแต่การจัดการทรัพยากรไปจนถึงการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความสำคัญ:
หากละเลยเรื่อง ESG ธุรกิจอาจถูกปฏิเสธจากนักลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจ และเสี่ยงต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้าในระยะยาว

3. สุขภาพและสุขภาวะ: ทักษะการบริหารจัดการความเครียดและควบคุมอารมณ์ (Emotional Resilience & Stress Management)

ในยุคที่การทำธุรกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความกดดัน และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีทักษะในการดูแลสุขภาพจิตของตนเองและทีมงาน โดยเฉพาะ การบริหารจัดการความเครียด และ การควบคุมอารมณ์ ซึ่งเป็นรากฐานของการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ การสื่อสารที่ดี และการเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ

ความสำคัญ:
หากผู้ประกอบการขาดทักษะด้านนี้ อาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟ (burnout) การตัดสินใจผิดพลาด ความขัดแย้งภายในทีม และการสูญเสียความสามารถในการนำพาธุรกิจฝ่าวิกฤต การพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะจึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน

 

4. AI ในการบริหารธุรกิจ: การตัดสินใจด้วยข้อมูลและการจัดการทางการเงินอัจฉริยะ (AI-Driven Business Management & Financial Intelligence)

AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในด้านการเงิน ผู้ประกอบการสามารถใช้ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้า คาดการณ์กระแสเงินสด ตรวจจับความผิดปกติทางบัญชี และวางแผนงบประมาณอย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น การใช้ AI ในการวิเคราะห์เครดิตลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับเงื่อนไขการชำระเงิน หรือการใช้ Machine Learning เพื่อคาดการณ์ยอดขายและกำไรในแต่ละไตรมาส

ความสำคัญ:
หากผู้ประกอบการไม่เรียนรู้และนำ AI มาใช้ในการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการเงิน อาจทำให้การตัดสินใจล่าช้า ขาดความแม่นยำ และเสี่ยงต่อการสูญเสียโอกาสในการลงทุนหรือการขยายธุรกิจในช่วงเวลาที่เหมาะสม

 

แนะนำหลักสูตร Inner ESG Happineering Leadership Transformation

หลักสูตร Inner ESG Happineering Leadership Transformation เป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความท้าทายเป็นอย่างมากในปัจจุบัน หลักสูตรนี้มุ่งเน้นไปที่หลักการและแนวปฏิบัติของ Environmental, social, and corporate governance (ESG) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและส่งผลให้ธุรกิจมี่ความยั่งยืน

ลงทะเบียนเรียนที่นี่ | 18 บทเรียน | 1,590 บาท พร้อมหนังสือของวิทยากร