วิเคราะห์โอกาส-ความเสี่ยงธุรกิจไทย เมื่อ VISA ปฏิวัติระบบชำระเงินข้ามประเทศด้วย Stablecoin

วิเคราะห์โอกาส-ความเสี่ยงธุรกิจไทย เมื่อ VISA ปฏิวัติระบบชำระเงินข้ามประเทศด้วย Stablecoin

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

Visa ได้เริ่มนำร่องระบบใหม่ ที่อนุญาตให้ธุรกิจใช้ Stablecoins (เหรียญดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่) แทนการฝากเงินล่วงหน้าในบัญชีท้องถิ่น สำหรับการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งการนำนวัตกรรมนี้มาทดลองใช้ ได้แรงหนุนจาก “Genius Act” ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้ความชัดเจนด้านกฎระเบียบกับผู้ออก Stablecoin ในสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในกลุ่มธุรกิจมากขึ้น

ระบบใหม่นี้จะทำให้สถาบันการเงิน ธนาคาร หรือบริษัทโอนเงินข้ามประเทศ สามารถใช้ Stablecoin ในการเติมเงินเข้าบัญชีจ่ายเงินระหว่างประเทศ แทนที่จะต้องใช้เงินสกุลหลักหรือเงินสดจริง ส่งผลให้ธุรกิจไม่ต้องล็อกเงินสดในแต่ละประเทศที่มีการทำธุรกรรม สามารถนำเงินสดกลับมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น อีกทั้งกระบวนการโอนเงินจะรวดเร็วยิ่งขึ้น

Stablecoin เป็นเหรียญดิจิทัลที่มีหลักประกัน เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถโอนข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็ว ถูกนำมาใช้แพร่หลายในกลุ่มฟินเทค ทำให้ Visa และสถาบันใหญ่ ๆ ต้องปรับตัวจากเดิมที่แข่งขันกับวงการนี้ มาเป็นการผนวกเทคโนโลยี Stablecoin เข้าไปในระบบของตนแทน

Visa กล่าวว่าเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และระบบชำระเงินระดับโลกที่มีอยู่แล้ว จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มศักยภาพ Stablecoin และร่วมผลักดันให้ภาคการเงินโลกขยับเข้าสู่ยุคการชำระเงินดิจิทัลเต็มรูปแบบในอนาคต

รู้จัก Stablecoin คืออะไร

Stablecoin คือเหรียญดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ถูกออกแบบให้มีมูลค่าคงที่ โดยอ้างอิงกับสินทรัพย์หลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือพันธบัตรรัฐบาล จุดเด่นคือสามารถโอนข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย จึงได้รับความนิยมอย่างมากในวงการฟินเทคและธุรกิจที่ต้องทำธุรกรรมระหว่างประเทศ Stablecoin ช่วยลดความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน เพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน และทำให้การโอนเงินเป็นไปอย่างเรียลไทม์ ธุรกิจและสถาบันการเงินต่างๆ จึงเริ่มนำเทคโนโลยี Stablecoin เข้ามาใช้ในระบบชำระเงินดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนภาคการเงินโลก เข้าสู่ยุคใหม่ที่มีความโปร่งใสและประสิทธิภาพสูง

สถานะของ Stablecoin ในประเทศไทย

สถานะของ Stablecoin ในประเทศไทยขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการทดลองและออกแบบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงาน ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ระหว่างการหารือและทดสอบแนวทางการนำ Stablecoin ที่อิงกับเงินบาท หรือที่เรียกว่า “บาทสเตเบิลคอยน์” เข้ามาใช้ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย มีผู้ประกอบการเข้าร่วมทดสอบแล้วบางราย และอีกหลายรายอยู่ระหว่างหารือเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม การนำ Stablecoin มาใช้อย่างแพร่หลายในไทยจะต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ ขณะนี้ ธปท. เน้นกำกับดูแลและยังไม่อนุญาตให้ออก Stablecoin ที่ระบุหน่วยเป็นบาทใช้ทดแทนเงินบาท หากมีการนำ Stablecoin ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันมาใช้แทนเงินบาทในวงกว้าง จะถือว่าผิดกฎหมาย

ปัจจุบันมีการยกเว้นภาษี 5 ปีสำหรับกำไรจากการเทรดคริปโทฯ และมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะหนุนให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและคริปโตในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการจัดตั้ง “Sandbox” เพื่อนำร่องทดลองใช้ Stablecoin ในบางพื้นที่ เช่น ภูเก็ต

วิเคราะห์ข้อดีต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทย:

  • ลดต้นทุนและปลดล็อกสภาพคล่องทางการเงิน
    ผู้ประกอบการไม่ต้องกันเงินไว้ในบัญชีต่างประเทศจำนวนมากอีกต่อไป ช่วยลดความกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ
  • ความรวดเร็วในการรับเงิน
    Stablecoin ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศสามารถทำได้แบบเรียลไทม์ หรือใช้เวลาสั้นลงจากเดิม (ที่เคยใช้เวลาหลายวัน) ส่งผลดีโดยตรงต่อกระแสเงินสด
  • เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
    ธุรกิจไทยสามารถขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดทางการโอนเงินและการตั้งบัญชีในหลายประเทศ
  • ลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    เพราะ Stablecoin ส่วนใหญ่อ้างอิงกับสกุลเงินหลัก เช่น USD ผู้ประกอบการสามารถบริหารเงินและแปลงค่าสกุลได้อย่างโปร่งใสและวางแผนต้นทุนล่วงหน้าได้ดีขึ้น
  • โอกาสเข้าถึงฟินเทคและการเงินยุคใหม่
    ร้านค้า/ผู้ประกอบการไทยจะมีโอกาสใช้เทคโนโลยีทางการเงินระดับโลก โดยไม่ต้องรอธนาคารใหญ่พัฒนาบริการข้ามประเทศเอง
  • รองรับกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น
    การมีกฎหมายรองรับชัด (เช่น Genius Act ในสหรัฐฯ) จะช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานได้ทันที

ข้อควรระวัง:

  • ต้องติดตามกฎหมายไทยเกี่ยวกับ Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลว่ามีการรองรับแค่ไหน
  • ต้องเลือกใช้เครือข่ายเหรียญที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
     

สรุป
การที่บริษัทชำระเงินโลกอย่าง Visa เข้าสู่ยุค Stablecoin และเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินเดิม ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการส่งออกสินค้าและขยายธุรกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ SMEs ที่ก่อนหน้านี้อาจมีต้นทุนและข้อจำกัดทางเงินสูง

ข้อมูลต้นทางจาก The Economic Times: Visa bets on stablecoins to speed up cross-border payments – 30 Sep 2025

  1. https://economictimes.indiatimes.com/news/international/business/visa-bets-on-stablecoins-to-speed-up-cross-border-payments/articleshow/124228538.cms

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Sunday Recap 14-19 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์  ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Sunday Recap 14-19 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

19 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บสย. ค้ำสินเชื่อ SMEs กว่า 2 หมื่นราย พร้อมเปิดมาตรการพิเศษ 5,000 ล้าน ธอส. รีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.99% ลดภาระหนี้ครัวเรือน ขณะที่สมาคมแฟคตอริ่งเสนอ 4 ข้อช่วย SMEs เข้าถึงทุน ด้าน “วิทัย รัตนากร” ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ ครม. ดันไทยเป็น Financial Hub แต่ ธปท. เตือนเสี่ยงฟอกเงิน 3 แบงก์ใหญ่ไทยปรับระบบแอปฯ เพิ่มความปลอดภัย และ ทรัมป์รับรอง Stablecoin หนุนคริปโต

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

24 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บริษัท สยาม โคโคเพลลิ จำกัด ก่อตั้งปี 2568 ผนึกธนาคารกรุงไทยและสภาหอการค้าฯ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL ใช้ AI จับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น เชื่อมคู่ค้ากว่า 60,000 ราย พร้อมโซลูชันการเงินครบวงจรและระบบ KYC คัดกรองความน่าเชื่อถือ หนุน SME ไทยบุกตลาดสากลอย่างมั่นใจและยั่งยืน