“ความรักชาติ” แบบสร้างสรรค์ ทางออกประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม

“ความรักชาติ” แบบสร้างสรรค์ ทางออกประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับกระแสข่าวที่ไหลบ่าในสื่อทั้งออนไลน์และโทรทัศน์ ทำให้คนไทยหลายคนรู้สึกวิตกกังวลและตั้งคำถามถึงท่าทีของรัฐบาล

ล่าสุด ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ  ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเพจส่วนตัว โดยย้ำถึง “ความรักชาติ” ที่ควรเป็นพลังบวกในการพัฒนาประเทศ มากกว่าจะกลายเป็นกระแสชาตินิยมแบบสุดโต่ง

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก🔗 เอ้ สุชัชวีร์

 

 

รักชาติ...ไม่ใช่คลั่งชาติ

ศ. ดร.สุชัชวีร์ ระบุว่า ความรักชาติที่แท้จริง (Patriotism) ไม่ใช่การแสดงออกเชิงรุกหรือใช้ความรุนแรงตามแนวทางของ Nationalism ที่มักนำไปสู่ความเกลียดชังและการเผชิญหน้า แต่คือความภาคภูมิใจในชาติของตน การยืนหยัดในอธิปไตยโดยไม่อ่อนแอ และการรวมพลังเพื่อสร้างชาติให้เข้มแข็ง แข่งขันได้ในเวทีโลก

“ไทยเรา ‘สุภาพ’ ได้ แต่ต้อง ‘ไม่อ่อนแอ’” เขาเน้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงจุดยืนที่ “จริงจัง” และชัดเจนกว่านี้ในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน

ใช้พลังรักชาติ “สร้างชาติ”

ศ. ดร.สุชัชวีร์ ตั้งคำถามสำคัญว่า “หากเราเอาพลังความรักชาติที่กำลังเกิดขึ้นนี้ มาใช้สร้างชาติ มันจะเป็นอย่างไร?” พร้อมยกตัวอย่างประเด็นเร่งด่วนที่สามารถใช้พลังนี้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การศึกษาและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

เขาย้อนความหลังไปเมื่อสามสิบปีก่อน ที่ประเทศไทยเคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NICS) และกำลังจะก้าวขึ้นเป็น “เสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย” ต่อจากเกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ แต่วันนี้ ประเทศกลับอยู่ในภาวะซบเซา ไม่สามารถพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วได้อย่างที่คาดหวัง

การศึกษาไทย: ปัญหาที่ต้องเร่งแก้

เขายกตัวอย่างรายงานจากเว็บไซต์ World Population Review ปี 2025 ซึ่งจัดอันดับการศึกษาของไทยอยู่ในลำดับที่ 107 ของโลก และอันดับ 8 ในอาเซียน เป็นรองแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว “ผมอ่านแล้วแค้นใจมาก” เขากล่าว พร้อมเน้นว่า การศึกษาคือรากฐานของการพัฒนาคน หากคุณภาพพลเมืองตกต่ำ ศักยภาพของประเทศย่อมถดถอยตาม และเศรษฐกิจก็ไม่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

ท่องเที่ยวไม่ใช่คำตอบเดียว

อีกหนึ่งข้อกังวลที่เขาหยิบยกคือ ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในสายตานักท่องเที่ยวจีน ที่เริ่มเปลี่ยนปลายทางไปยังเวียดนามและญี่ปุ่น สะท้อนถึงปัญหาความปลอดภัยในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ ก่อนที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะหยุดชะงัก

"รักชาติ" ต้องลงมือทำ

“คำว่า ‘ความรักชาติ’ คือการสร้างความสามารถในการแข่งขันของคนไทยบนเวทีโลก” ศ. ดร.สุชัชวีร์ กล่าวพร้อมเสนอแนวทางให้รัฐลงทุนใน “ทรัพยากรมนุษย์” เป็นลำดับแรก ผ่านการยกเครื่องระบบการศึกษา และส่งเสริมการพัฒนาคนร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีรากฐานจากภายใน ไม่ต้องพึ่งพาเพียงอุตสาหกรรมหรือการท่องเที่ยว

หากคนไทยหันมาใช้พลังแห่งความรักชาติในทางสร้างสรรค์ ประเทศไทยจะสามารถยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิบนเวทีโลก เป็นชาติที่คนอื่น “เกรงใจ” ไม่ใช่ด้วยอาวุธหรือคำขู่ แต่ด้วยศักยภาพจาก “เนื้อใน” ของคนไทยทุกคน

“นี่แหละ คือ ‘ความรักชาติ’ เพื่อสร้างชาติ จะเป็นชาตินิยมแนวใหม่ ที่สังคมไทยรอมานาน” — ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ