
Sunday Recap 30 มิ.ย – 4 ก.ค. 2568 : สรุปสถานการณ์เด่นรอบสัปดาห์ในไทยและต่างประเทศ
6 กรกฎาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
Sunday Recap: สรุปสถานการณ์เด่นรอบสัปดาห์ในไทยและต่างประเทศ : ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2568
บาทแข็ง, หุ้นผันผวน, GDP ชะลอตัว: เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 9 เดือน ตลาดหุ้นไทย SET ปิดที่ 1,119.94 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ กกร. ลดคาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือ 1.5-2.0% ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ และการเมืองในประเทศ โดยศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "แพทองธาร" หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราว
1. เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 9 เดือน
เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 32.305 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 9 เดือน ปัจจัยหลักมาจากแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติที่มากกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าจากความคาดหวังว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดรอติดตามทิศทางเงินทุนต่างชาติและการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
2. ตลาดหุ้นไทย SET ปิดที่ 1,119.94 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดตลาดวันที่ 4 ก.ค. 2568 ที่ 1,119.94 จุด ลดลง 7.27 จุด หรือ 0.64% ตลอดสัปดาห์ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,115-1,128 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 27,794 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,338 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ และแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ขณะที่หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและส่งออกมีแนวโน้มได้ประโยชน์หากสหรัฐฯ ลดภาษี
3. เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังแนวโน้มอ่อนแรง
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2568 เหลือ 1.5-2.0% จากเดิม 2.2-2.7% โดยปัจจัยเสี่ยงหลักคืออัตราภาษีที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บกับไทย หากอัตราภาษีอยู่ที่ 10% คาด GDP จะโตใกล้ 2% แต่หากสูงถึง 18% จะโตเพียง 1.5% ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัว การส่งออกอาจหดตัวกว่า 10% ในครึ่งปีหลัง ส่วนการท่องเที่ยวจีนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
4. ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกฯ แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว หลังรับคำร้องกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งถูกมองว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง โดยให้แพทองธารส่งเอกสารชี้แจงภายใน 15 วัน สถานการณ์นี้สร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองและกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
5. การเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ เดินหน้า
รัฐบาลไทยนำโดยรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อเจรจากับหอการค้าสหรัฐฯ และบริษัทชั้นนำ หวังลดอัตราภาษีตอบโต้จาก 36% ให้ต่ำที่สุด โดยเน้นข้อตกลงแบบ “win-win” และยืนยันไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าลงทุนในห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก รัฐบาลไทยเน้นสร้างบรรยากาศการค้าการลงทุนที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้
6. สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับเวียดนาม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้ากับเวียดนาม โดยจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามในอัตรา 20% จากเดิม 46% แลกกับการเปิดตลาดเวียดนามให้สินค้าสหรัฐฯ เข้าถึงได้แบบไร้กำแพงภาษี สำหรับสินค้าต้นกำเนิดจากประเทศอื่นที่ส่งออกผ่านเวียดนามไปสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษี 40% ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาอย่างเข้มข้นและก่อนเส้นตายสำคัญ สร้างแรงกดดันต่อประเทศคู่ค้าอื่นในภูมิภาค
7. ทิศทางธุรกิจไทยครึ่งปีหลังเน้นระมัดระวัง
บริษัทจดทะเบียนและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่าครึ่งปีหลังตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนและซึมตัวจากแรงกดดันเศรษฐกิจโลกและปัจจัยการเมืองในประเทศ แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งและกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลก
8. SMEs ไทยเสริมแกร่งด้วย AI และ ESG
งานวิจัยและรายงานจากหลายสถาบันชี้ว่า AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพและ GDP ไทยได้มากกว่า 5% ใน 4-5 ปีข้างหน้า SMEs ที่นำ AI มาปรับใช้จะได้เปรียบในการแข่งขัน ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และธนาคารไทยพาณิชย์จัดหลักสูตร “SCB ITP รุ่น 7” เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก เน้นการนำ AI และ ESG มาใช้ในธุรกิจ รวมถึงกิจกรรม SME Boost Lab ที่ช่วยให้ SMEs ไทยสามารถปรับตัวรับเทรนด์ใหม่และแข่งขันได้ในตลาดโลก. AIS เปิดตัวโครงการ
“AIS Infinite SMEs” AIS จับมือสภาอุตสาหกรรมฯ ส่งเสริม SMEs ไทยด้วยโซลูชันดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและยกระดับมาตรฐานธุรกิจไทยให้ทัดเทียมสากล.
9. เฟดสหรัฐฯ ย้ำไม่เร่งลดดอกเบี้ย ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัว
แม้ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว แต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังยืนยันจะไม่รีบลดดอกเบี้ย โดยจะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจใหม่อย่างรอบคอบ ตลาดการเงินคาดว่าเฟดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หากเศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้น ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนลดลง 33,000 ตำแหน่ง เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี สะท้อนความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากนโยบายการค้า แม้การปลดพนักงานโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ตลาดจับตาว่าเฟดอาจต้องปรับลดดอกเบี้ยในช่วงเดือนกันยายน 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
10. ราคาทองคำโลกขยับขึ้น
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ จากความกังวลเรื่องนโยบายลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงหันมาถือครองทองคำมากขึ้นเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นตามทิศทางตลาดโลก.
กิจกรรมที่น่าสนใจ ในสัปดาห์หน้า
SPLASH – Soft Power Forum 2025
วันที่: 8-11 กรกฎาคม 2568
สถานที่: ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
รายละเอียด: งาน Soft Power ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้แนวคิด "โอกาสประเทศไทยในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์" มีการเสวนาของ 3 นายกรัฐมนตรี ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร 🔗 , นายทักษิณ ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านซอฟต์พาวเวอร์ ผ่านการผนึกกำลังของ 14 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ facebook.com/splash.thacca
สภาพอาการณ์ในสัปดาห์หน้า
อุณหภูมิในช่วงสัปดาห์หน้าจะอยู่ในระดับคงที่ โดยมีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 33 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 27 องศาเซลเซียส พายุโซนร้อน "ดานัส" ที่อยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ไต้หวันในช่วงวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2568 โดยไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ควรเตรียมร่มไว้ให้พร้อม เนื่องจากยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ และสำหรับผู้ที่แพ้อากาศควรดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ โดยรวมแล้วสัปดาห์หน้าจะมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเสถียร มีฝนลดลงจากช่วงก่อนหน้า และมีโอกาสได้เห็นฟ้าใสในบางวัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน โดยกรมอุตุวิทยา
