สุดล้ำ! ออสเตรเลียเปิดใช้งานรถไฟพลังงานแสงอาทิตย์เต็มรูปแบบ

สุดล้ำ! ออสเตรเลียเปิดใช้งานรถไฟพลังงานแสงอาทิตย์เต็มรูปแบบ

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ออสเตรเลียเปิดตัวนวัตกรรมระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบใหม่ ด้วยการให้บริการรถไฟพลังงานแสงอาทิตย์เต็มรูปแบบในเมืองไบรอนเบย์ ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของโลกที่รถไฟสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด 100%
 

นวัตกรรมเด่น: รถไฟพลังงานแสงอาทิตย์ Byron Bay

ขบวนรถดังกล่าวผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคารถและบริเวณสถานี พร้อมระบบกักเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ ทำให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงที่มีปริมาณแสงแดดจำกัด ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง ลดทั้งมลพิษทางอากาศและเสียง รวมถึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากจะทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งสำหรับประชาชนในพื้นที่แล้ว รถไฟพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้ยังเป็นตัวอย่างเชิงรูปธรรมของการประยุกต์ใช้พลังงานหมุนเวียนในโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ อันสะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันยังเป็นแรงบันดาลใจให้หลายประเทศทั่วโลกหันมาใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมประเมินว่า โครงการรถไฟพลังงานแสงอาทิตย์ที่เมืองไบรอนเบย์ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่า ความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนและความสะดวกสบายในการเดินทางสามารถดำเนินควบคู่กันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากประโยชน์ที่ชัดเจนแล้ว การเปิดเดินรถไฟพลังงานแสงอาทิตย์ยังส่งผลดีในด้านอื่นๆ อีกมากมาย:


ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยตรงในการขับเคลื่อนรถไฟช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่เพียงช่วยลดมลพิษทางอากาศในท้องถิ่น แต่ยังช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ลดต้นทุนเชื้อเพลิง
เมื่อรถไฟใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ต้นทุนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเชื้อเพลิงดีเซลหรือไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานดั้งเดิมจะลดลงอย่างมาก ซึ่งช่วยให้การรถไฟมีเสถียรภาพทางการเงินมากขึ้น และสามารถนำเงินทุนที่ประหยัดได้ไปลงทุนในการบำรุงรักษาระบบ พัฒนาเส้นทาง หรือปรับปรุงบริการสำหรับผู้โดยสารได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ยั่งยืน
ผู้โดยสารจะได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งแตกต่างจากการเดินทางด้วยระบบขนส่งแบบเดิมๆ การตระหนักว่าการเดินทางของตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมสามารถสร้างความภาคภูมิใจและส่งเสริมให้เกิดการเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่ยั่งยืนมากขึ้น นี่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีสีเขียวและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การพัฒนารถไฟพลังงานแสงอาทิตย์ยังกระตุ้นให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เช่น แบตเตอรี่เก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินรถไฟในช่วงที่ไม่มีแสงแดดจ้า หรือในเวลากลางคืน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนี้ยังสามารถสร้างงานในอุตสาหกรรมสีเขียว เช่น การผลิตแผงโซลาร์เซลล์ การติดตั้งระบบ และการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว การเปิดตัวรถไฟพลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต

ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนา “การใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบขนส่งสาธารณะ” อย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะการนำพลังงานแสงอาทิตย์และไฟฟ้ามาใช้กับรถไฟ รถยนต์ และรถโดยสารประจำทางในหลากหลายเมืองทั่วประเทศ

รถรางเมลเบิร์น: เครือข่ายรถรางพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุด

ที่เมืองเมลเบิร์น เครือข่ายรถรางที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2019 โดยเชื่อมต่อกับแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนในรัฐวิกตอเรีย ซึ่งสามารถลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 80,000 ตันต่อปี เทียบเท่าการนำรถยนต์ส่วนบุคคลออกจากท้องถนนถึง 17,000 คัน. การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นด้วยการลงทุนใน “microgrid” ของโครงสร้างพื้นฐาน เดินหน้าไปพร้อมกับกลยุทธ์ของเมืองเพื่อขยายบทบาทของพลังงานหมุนเวียนในระบบขนส่งสาธารณะ

ขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบขนส่ง

รัฐบาลออสเตรเลียมีแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ “Net Zero Roadmap and Action Plan” ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานให้เหลือศูนย์ในปี 2050. นโยบายเน้นส่งเสริมการเชื่อมต่อ ระบบขนส่งสาธารณะให้ยึดพลังงานสีเขียว อาทิ การเพิ่มจำนวนรถโดยสารไฟฟ้าและไฮโดรเจนในเมืองใหญ่ การประยุกต์ระบบชาร์จไฟพลังงานแสงอาทิตย์ และการใช้ผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาด เช่น “Greenpower” ในการขับเคลื่อนรถไฟ รถราง และรถเมล์

ออสเตรเลียได้รับหลากหลายรางวัลด้านนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนในระบบขนส่งสาธารณะ เช่น Byron Solar Train ได้รับ Engineering Excellence Award, Rail Sustainability Award และรางวัลด้านดีไซน์จากหลายสถาบัน. ขณะที่รถรางเมลเบิร์น และโครงการรถโดยสารสาธารณะพลังงานสะอาดของเมืองใหญ่ต่าง ๆ ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบการลดมลภาวะและต้นทุนในระบบขนส่งในเมือง

นวัตกรรมนี้สะท้อนว่าการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน ไม่เพียงแต่ช่วยโลก แต่ยังคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ

ปัญหาของประเทศไทย: มลพิษซ้ำซ้อนจากรถไฟดีเซล—ทั้งคาร์บอน ฝุ่น PM2.5 และเสียงดัง

ในปัจจุบัน รถไฟดีเซลยังถือเป็นระบบขนส่งทางรางหลักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งในเส้นทางสายหลักและชนบท แม้จะมีประโยชน์ในด้านการคมนาคมและช่วยลดปริมาณรถยนต์บนถนน แต่รถไฟดีเซลกลับสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเด็น “การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)” สู่บรรยากาศ

จากข้อมูลโดยประมาณ รถไฟดีเซล 1 ขบวน มีอัตราการปล่อย CO₂ เฉลี่ยราว 80-120 กรัมต่อผู้โดยสารต่อกิโลเมตร ขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นทาง ความจุ และประสิทธิภาพเครื่องยนต์ เทียบกับรถไฟฟ้าซึ่งมีอัตราปล่อย CO₂ ต่ำกว่าหลายเท่าตัวหรือใกล้ศูนย์ (หากใช้ไฟฟ้าสะอาด)

ในบริบทของประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้บริการรถไฟดีเซลในระยะทางกว่า 4,000 กิโลเมตรทั่วประเทศ หากคำนวณแบบคร่าว ๆ รถไฟดีเซลในไทยอาจปล่อย CO₂ รวมปีละหลายแสนตัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปัญหาโลกร้อนและคุณภาพอากาศในเมืองและชนบท

นอกจากนี้ รถไฟดีเซลยังสร้าง “มลพิษทางเสียง” และ “ฝุ่นละออง PM2.5” รวมถึงความเสี่ยงจากการรั่วไหลของน้ำมัน ซึ่งอาจปนเปื้อนดินและแหล่งน้ำในพื้นที่ข้างราง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนรอบแนวเส้นทางรถไฟ

ด้วยเหตุนี้ การเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้า และการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบขนส่งสาธารณะ จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับประเทศไทย เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และก้าวสู่ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


คำถามที่ท้าทายคือ: ประเทศไทยจะ พร้อมจะก้าวสู่โมเดลนี้เมื่อไร?