
จาก Job-based สู่ Skills-based: เกมใหม่ของตลาดแรงงานที่ทั้งนายจ้างและคนทำงานต้องปรับตัว
12 มกราคม 2569
Dr. Arthur Morse และ พลีธรรม ตริยะเกษม
ในปี 2026 ที่เศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัว แนวโน้มของตลาดแรงงานและรูปแบบการจ้างงานจะมีความสำคัญมากกว่าที่เคย การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจส่งผลให้ความต้องการทักษะของตลาดแรงงานเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านทักษะเฉพาะทาง การใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และความสามารถในการปรับตัว ผู้สมัครงานและพนักงานที่เข้าใจแนวโน้มเหล่านี้จะสามารถเตรียมตัวได้ดีกว่าในการรักษาโอกาสทางอาชีพและเพิ่มคุณค่าให้กับตนเองในตลาดแรงงานที่แข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงปลายปีที่แลเว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า "เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 และจะชะลอตัวต่อเนื่องในปี 2026" โดยคาดว่า GDP ของไทยจะเติบโตเพียง 2.1% ในปี 2025 และลดลงเหลือ 1.6% ในปี 2026 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ก็ให้การคาดการณ์ในทิศทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงอีกในปี 2026 ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประเมินว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยในปี 2026 จะอยู่ที่ 1.6%
การคาดการณ์เหล่านี้มีนัยสำคัญต่อการจ้างงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งผู้ที่กำลังหางานและผู้ที่มีงานอยู่แล้ว แม้ข้อมูลเหล่านี้จะอ้างอิงกับประเทศไทยโดยเฉพาะ แต่แนวโน้ม GDP ในทิศทางเดียวกันอาจเกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่อื่น ๆ ด้วย
การจ้างงานตามทักษะ (Skills-based hiring)
ในปี 2026 “การจ้างงานตามทักษะ (Skills-based hiring)” จะกลายเป็นกลยุทธ์หลักในการสรรหาพนักงาน แนวทางนี้แตกต่างจากรูปแบบเดิมที่เน้นวุฒิการศึกษา โดยเน้นไปที่สิ่งที่ผู้สมัครสามารถทำได้จริง คือการเน้นทักษะเฉพาะทาง ใบรับรองความสามารถ และประสบการณ์ที่พิสูจน์ได้ นายจ้างจะให้ความสำคัญกับทักษะที่สามารถแสดงได้อย่างชัดเจนและความสามารถในการปรับตัว
การจ้างงานตามทักษะ (Skills-based hiring)” จะกลายเป็นกลยุทธ์หลักในการสรรหาพนักงาน แนวทางนี้แตกต่างจากรูปแบบเดิมที่เน้นวุฒิการศึกษา
บริษัทขนาดใหญ่ให้ความสำคัญกับทักษะในการทำงานมานานแล้ว แต่ความแตกต่างในปัจจุบันคือจะมีการให้ความสำคัญกับทักษะเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการคัดเลือก หลังการระบาดของโควิด-19 เมื่อธุรกิจกลับสู่สภาวะปกติ บริษัทต่าง ๆ เคยเร่งรับพนักงานเพื่อเติมตำแหน่งว่าง แต่ปัจจุบันพวกเขาตระหนักว่าจำเป็นต้องใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะทรัพยากรบุคคล ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งรวมถึงการค้นหาและพัฒนา “ศักยภาพ” ภายในองค์กร การสรรหาพนักงานใหม่จึงกลายเป็นเรื่องรองลงมา
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าการจ้างงานจะหยุดลงโดยสิ้นเชิง แต่หมายถึงนายจ้างจะเลือกเฉพาะผู้สมัครที่มีความสามารถโดดเด่นและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้บริษัทได้ทันที ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดแรงงานเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาจบใหม่หรือผู้ที่ต้องการก้าวหน้าขึ้นในสายอาชีพ
THE LEADERS ACADEMY มีหลักสูตรที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าจะต้องนำเสนอทักษะอย่างไร
ในหลักสูตร “การเขียน CV และเรซูเม่ 🔗 ” ของ THE LEADERS ACADEMY มีหัวข้อ “ความสามารถในการหางาน (Employability)” ที่อธิบายถึงสิ่งที่นายจ้างต้องการและสิ่งที่ผู้สมัครควรเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการสมัครงาน ปัจจุบันไม่ใช่แค่มีวุฒิการศึกษาเท่านั้นที่สำคัญ แต่คือสิ่งที่ผู้สมัครสามารถ “ทำได้” และทักษะที่สามารถ “นำมาใช้ได้ทันที” ในองค์กรที่มีความสำคัญที่สุด
ผู้สมัครที่มีความกระตือรือร้น เข้าร่วมกลุ่มสนทนาออนไลน์ อบรมสัมมนา และสร้างเครือข่ายกับผู้บริหารองค์กร มีแนวโน้มจะเข้าใจวัฒนธรรมและความต้องการของบริษัทได้ดีกว่า และจึงมีโอกาสได้ฝึกงานหรือจ้างงานระหว่างช่วงปิดเทอม การเริ่มเก็บประสบการณ์ตั้งแต่ยังเรียนอยู่จะสร้างความได้เปรียบชัดเจนเมื่อสมัครงานเต็มเวลา
ในหลักสูตรเรายังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกรอกใบสมัครและการปรับแต่งเรซูเม่ให้ตรงกับตำแหน่งงานที่ประกาศ โดยเราเน้นว่าการ “จับคู่” ข้อมูลในเรซูเม่ให้ตรงกับประกาศงานเป็นสิ่งจำเป็น ปัจจุบัน AI สามารถช่วยในขั้นตอนนี้ได้ โดยการนำประกาศงานและเรซูเม่เข้าโปรแกรมเพื่อสร้างเรซูเม่ที่จัดรูปแบบอย่างมืออาชีพภายในไม่กี่นาที แต่ถึงแม้ AI จะช่วยอำนวยความสะดวก ผู้สมัครยังคงต้องตรวจสอบและปรับแต่งรายละเอียดเพิ่มเติมให้แสดงจุดแข็งของตนอย่างเหมาะสม ทั้งน้ำเสียง ความกระตือรือร้น และภาษาที่ใช้ในจดหมายสมัครงาน เพราะบางครั้งภาษาที่ AI สร้างอาจซับซ้อนเกินไป
ดังนั้น ผู้สมัครควรใส่ใจรายละเอียดอย่างรอบคอบ และควรได้รับคำปรึกษาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์
เศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อพนักงานที่กำลังทำงานอยู่เช่นกัน ความมั่นคงในระยะยาวจะเป็นประเด็นสำคัญ พนักงานจึงควรพิจารณาไม่เพียงแต่งานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน แต่รวมถึง “วิธีที่ทำงาน” ด้วย
บริษัทต่าง ๆ กำลังประเมินศักยภาพภายในองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าทุกความสามารถที่มีถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อส่งเสริมการเติบโต พนักงานที่มีความมุ่งมั่นควรหมั่นเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียนออนไลน์ เข้าร่วมสัมมนา เขียนบทความ แบ่งปันความคิดเห็น และตั้งคำถาม รวมถึงการเรียนรู้การใช้ AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ความสามารถด้านการระบุปัญหา การแก้ปัญหา ความอยากรู้อยากเห็น และการนำความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มคุณค่าต่องาน เป็นสิ่งที่ควรบันทึกไว้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรจัดทำบันทึกความสำเร็จรายเดือน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพูดคุยในการประเมินผลการทำงานทุก 6 หรือ 12 เดือน
แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะสร้างความท้าทาย แต่ก็เปิดโอกาสให้ผู้ที่พร้อมปรับตัวและพัฒนาศักยภาพของตน สามารถเพิ่มคุณค่าและความมั่นคงในสายอาชีพได้มากขึ้น
สนใจเรียนเพิ่มเติมได้ที่: https://businessleader.promptskill.com/course/BL68004

