“ภาวุธ” เสนอปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีภายใน 4 เดือน ผ่านกรอบ Thailand Digital Transformation Framework

“ภาวุธ” เสนอปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีภายใน 4 เดือน ผ่านกรอบ Thailand Digital Transformation Framework

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ🔗 ที่ปรึกษาและนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำเสนอแนวทาง “Thailand Digital Transformation Framework” เพื่อปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีภายใน 4 เดือน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรเดิม ประสานความร่วมมือรัฐ–เอกชน และผลักดันนโยบายให้เกิดผลลัพธ์จริง

ขับเคลื่อนรัฐ–เอกชน ยกระดับสังคม

ในเสาหลักแรก “Public–Private & Social Impact” นายภาวุธเสนอให้ภาคเอกชนเดินนำ และรัฐสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ผ่านการสร้างกรอบความร่วมมือ PPP โดยมีสมาคมและภาคธุรกิจด้าน E-Commerce, FinTech, Logistics และ MarTech เป็นแกนกลาง ขณะเดียวกันยังชี้ถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน E-Logistics และ Crossborder E-Commerce รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เช่น Telehealth, e-Learning และ Blockchain ด้านเกษตร
 

จัดระเบียบแพลตฟอร์มต่างชาติ แข่งขันเป็นธรรม

ในเสาหลักที่สอง “Fair Digital Economy” เสนอให้จัดเก็บภาษีแพลตฟอร์มข้ามชาติ เช่น Google, Facebook, TikTok และ Netflix อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มรายได้รัฐและสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียม พร้อมผลักดันความร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างชาติในการพัฒนา Anti-Scam API เชื่อมโยงกับตำรวจและธนาคารไทยเพื่อลดการหลอกลวงออนไลน์ อีกทั้งเสนอให้ผู้ขายต่างชาติบน Shopee, Lazada และ TikTok Shop ต้องจดทะเบียนและเสียภาษีในไทยตามโมเดลอินโดนีเซีย
 

ดัน SME ไทยสู่เวทีโลก

สำหรับเสาหลักที่สาม “Empower Thai SMEs & Tech Companies” เสนอการยกระดับ Roadmap E-Commerce Export Hub 2.0 ตั้งเป้าให้ SMEs ไทย 1 ล้านรายส่งออกได้จริงผ่านออนไลน์ พร้อมสร้าง Open Commerce Network ลดการผูกขาดแพลตฟอร์มต่างชาติ เสริมด้วยระบบ Credit Scoring สำหรับผู้ประกอบการโดยใช้ Big Data และ e-KYC เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ นอกจากนี้ยังผลักดันนโยบาย “Buy Thai Tech First” ให้ภาครัฐเลือกใช้บริการเทคโนโลยีจากบริษัทไทยก่อน
 

ยกระดับด้วย AI และทักษะอนาคต

เสาหลักที่สี่ “AI, Data & Future Skills” มุ่งเน้นการจัดตั้ง AI Sandbox สำหรับทดลองนวัตกรรม AI ในสาขาเกษตร การแพทย์ การศึกษา และอุตสาหกรรม พร้อมทุนสนับสนุน R&D รวมถึงการจัดทำหลักสูตรดิจิทัลแห่งชาติครอบคลุม Coding, Data, AI และ Cybersecurity โดยเปิดอบรมฟรีหรือราคาประหยัด ผ่านความร่วมมือมหาวิทยาลัย สมาคม และภาคเอกชน เพื่อยกระดับทักษะแรงงานทั้งระบบ
 

วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ในเสาหลักสุดท้าย “Digital Infrastructure & Trust” เสนอการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและดาวเทียมในพื้นที่ห่างไกล การสร้าง Data Center และ Cloud ของไทยเพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ พร้อมเชื่อมบริการรัฐเข้ากับ ThaiD เพื่อลดขั้นตอนราชการและคอร์รัปชัน อีกทั้งผลักดันการจัดตั้งศูนย์ Cyber Defense และสร้างมาตรฐาน Digital Trustmark เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
 

เร่งเครื่องนโยบาย เห็นผลได้จริง

แม้มีเวลาเพียง 4 เดือน แต่นายภาวุธย้ำว่า หากรัฐใช้หน่วยงานและโครงการเดิมมาบูรณาการร่วมกับภาคเอกชนอย่างจริงจัง จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ โดยรัฐต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้สนับสนุน” เพื่อให้เอกชนเดินหน้าปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีอย่างมั่นใจและต่อเนื่อง

“นี่คือเสียงจากคนในอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่อยากเห็นประเทศไทยพลิกโฉมด้วยพลังของเทคโนโลยี และเปิดกว้างต่อความคิดเห็นที่หลากหลาย เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตใหม่ให้ประเทศอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม” นายภาวุธ กล่าวทิ้งท้าย