วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ 

วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ 

Businessleader สรุปรายงานวิเคราะห์เศรษฐกิจไทย โดย 3 สถาบันการเงินชั้นนำของไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทยธนชาต ที่นำเสนอมุมมองและการวิเคราะห์เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 และแนวโน้มในอนาคตในสรุปผลการดำเนินงานของธนาคาร ไตรมาสที่ 1 พบว่า

ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศไทยในปี 2568 ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงวิกฤตสามเส้าที่กำลังคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยต่างชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญหน้ากับความเปราะบางเชิงโครงสร้าง ผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่ว ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะมีแนวโน้มฟื้นตัวด้วยการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 37-38 ล้านคน แต่การเติบโตโดยรวมยังถูกจำกัดและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

กรุงไทย มอง เศรษฐกิจไทยปี 2568 แนวโน้มขยายตัวจำกัด

ธนาคารกรุงไทย วิเคราะห์ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจ ในสรุปผลการดำเนินงานของธนาคาร ไตรมาสที่ 1 ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวจำกัด โดยอาศัยภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลัก ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มเป็นราว 37-38 ล้านคนเทียบจาก 35.5 ล้านคนเมื่อปีก่อน

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสริมจากนโยบายภาครัฐ อาทิ มาตรการควบคุมต้นทุนพลังงานไฟฟ้า รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคที่อาจจะเข้ามาเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกต้องเผชิญกับนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ยกระดับ ประเด็นหลักจากการขึ้นภาษีศุลกากรเฉพาะกับสินค้าบางประเภท และภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้าทั่วโลกเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ธุรกิจที่เน้นการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ อาทิ เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องนุ่งห่ม ยางล้อ พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอัญมณี จะเผชิญอุปสรรคมากขึ้น รวมถึงสินค้าในหมวดเกษตรและอาหารที่จะถูกบังคับให้เปิดตลาดแก่สหรัฐฯ

อีกทั้งยังต้องจับตาผลกระทบทางอ้อมผ่านคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน ซึ่งสหรัฐฯ พุ่งเป้าเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงมาก อันอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมของไทยซึ่งมีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกัน ตลอดจนการตีตลาดของสินค้าจีนที่จะรุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีความเปราะบางจากปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ธุรกิจจำนวนมากได้รับแรงกดดันจากค่าแรงและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูง โดยเฉพาะ SME บางส่วนที่มีข้อจำกัดในการปรับตัวและรับมือกับความผันผวน ส่วนภาคครัวเรือนประสบปัญหาภาระหนี้ที่ลดทอนความสามารถในการใช้จ่าย

ความท้าทายยังคงมีอีกหลายด้าน ทั้งความผันผวนทางการเงินจากความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินในประเทศหลัก ตลอดจนความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติ ทั้งผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 และสภาวะภูมิอากาศแปรปรวน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเติบโตระยะข้างหน้าได้

แบงก์กรุงศรีฯ วิเคราะห์ภาษีตอบโต้สหรัฐกระทบส่งออกรุนแรง

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 ได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนการประกาศใช้มาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าเพิ่มของสหรัฐอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ รวมถึงการชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังคงได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น จากการประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อภาคการส่งออกและการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะในภาคการผลิต รวมถึงปัญหาการทะลักของสินค้าจีนมายังไทย ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี

 

ttb คาดแบงก์ชาติปรับลดดอกเบี้ย 2 รอบ สู่ระดับ 1.50%

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 ปี 2568 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า จากการบริโภคในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวหลังเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการท่องเที่ยวลดลง (Low season) เช่นเดียวกับการลงทุนรวมที่มีแนวโน้มชะลอตัว

อย่างไรก็ดี มูลค่าการส่งออกสินค้าคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ ttb analytics ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า จากความไม่แน่นอนสูงจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวใกล้เคียงกรอบล่างของเป้าหมาย

ด้านภาคการท่องเที่ยว ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยทั้งปี 2568 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากปีก่อนแต่ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ค่อนข้างช้า

สำหรับภาคการส่งออกสินค้าของไทย ประเมินว่ามูลค่าส่งออกสินค้าทั้งปี 2568 จะขยายตัวได้ดีโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีท่ามกลางความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ จึงประเมินว่า กนง. จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายช่วงที่เหลือของปีอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง สู่ระดับร้อยละ 1.50 ณ สิ้นปี

ด้านค่าเงินบาทในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 33.50 – 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส

ความขัดแย้งในเวทีการค้าโลกและผลกระทบที่มีต่อตลาดโลกได้สร้างความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจผ่านผลกระทบที่อาจมีต่อภาคการส่งออกซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) ยังคงเน้นย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและวางแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาแนวโน้มของผลกำไรและเพื่อรักษาสถานะงบดุลให้มีความแข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมเงินเดือน 20,000 บาท วันนี้ถึงจนกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน? AI มีคำตอบ พร้อมการปรับตัว

ทำไมเงินเดือน 20,000 บาท วันนี้ถึงจนกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน? AI มีคำตอบ พร้อมการปรับตัว

11 มิถุนายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

"ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงบ่นว่าเงินเดือน 20,000 บาทไม่พอใช้ ทั้งที่รุ่นพ่อแม่เคยอยู่ได้ด้วยเงินน้อยกว่านี้?" เราขอให้ Claude AI ช่วยวิเคราะห์ปรากฏการณ์ "เงินเฟ้อซ่อนตัว" ที่ทำให้เงินเดือน 20,000 บาทในปี 2025 กลายเป็น "เงินเดือนจน" เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน และหาทางออกให้คนทำงานยุคใหม่

รุกหรือรับ? แผนที่นำทางผู้ส่งออกไทยท่ามกลางสงครามการค้าโลก จาก DITP

รุกหรือรับ? แผนที่นำทางผู้ส่งออกไทยท่ามกลางสงครามการค้าโลก จาก DITP

24 เมษายน 2568

Business Leader / โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ

แนวทางรับมือสำหรับผู้ส่งออกไทยในยุคสงครามการค้าโลก วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าส่งออกหลัก 11 รายการมูลค่ากว่า 25,070 ล้านดอลลาร์ พร้อมกลยุทธ์รุกและรับจาก DITP เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยฝ่าวิกฤตสู่โอกาสใหม่