ปรากฏการณ์ 'Gold Rush' ธนาคารกลางเพิ่มการซื้อทองคำ 3 เท่า สิ้นสุดยุคดอลลาร์?

ปรากฏการณ์ 'Gold Rush' ธนาคารกลางเพิ่มการซื้อทองคำ 3 เท่า สิ้นสุดยุคดอลลาร์?

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สัญญาณเตือนระบบการเงินโลกเปลี่ยนแปลง เมื่อธนาคารกลางทั่วโลกแห่กักตุนทองคำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้นหาทางเลือกใหม่แทนดอลลาร์สหรัฐ

บทนำ: สัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ปี 2025 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบการเงินระหว่างประเทศ เมื่อผลสำรวจล่าสุดจาก World Gold Council เผยให้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ - ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเพิ่มการซื้อทองคำอย่างไม่เคยมีมาก่อน พร้อมกับส่งสัญญาณการลดพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองหลัก 

การสำรวจ Central Bank Gold Reserves (CBGR) 2025 ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ - 20 พฤษภาคม โดยมีธนาคารกลาง 73 แห่งเข้าร่วม เป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ได้เผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างระบบการเงินโลกในระยะยาว

ตัวเลขสะเทือนวงการ: ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่ม 3 เท่า

ข้อมูลที่น่าตกใจที่สุดคือ ธนาคารกลางทั่วโลกได้สะสมทองคำมากกว่า 1,000 ตันในแต่ละปีของช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นอย่างมากจากค่าเฉลี่ย 400-500 ตันต่อปีในทศวรรษก่อนหน้า หมายความว่าอัตราการซื้อทองคำของธนาคารกลางเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า สิ่งที่น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ 95% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 81% ในปีที่แล้ว

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ สถิติใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า 43% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมสำรวจคาดว่าทุนสำรองทองคำของตนเองจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า เพิ่มขึ้นจาก 29% ในปี 2024 และที่น่าทึ่งคือ ไม่มีธนาคารกลางแห่งใดคาดการณ์ว่าทุนสำรองทองคำของตนจะลดลง

สัญญาณเศรษฐกิจโลก: ปัจจัยเร่งการสะสมทอง

การเพิ่มขึ้นของการสะสมทองคำครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการที่สะท้อนความกังวลของธนาคารกลางต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลก

ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย กลายเป็นปัจจัยสำคัญ โดย 93% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า "ระดับอัตราดอกเบี้ย" เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจจัดการทุนสำรอง ขณะที่ "ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ" และ "ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์" ก็ได้รับความสนใจสูง

ที่น่าสังเกตคือ ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (EMDE) แสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อ (84%) และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (81%) สูงกว่าธนาคารกลางในประเทศพัฒนาแล้วที่มีสัดส่วน 67% และ 60% ตามลำดับ


 

ทองคำ: เกราะป้องกันในยุคความไม่แน่นอน

เมื่อถูกถามถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจถือทองคำ ผลสำรวจเผยให้เห็นเหตุผลที่ชัดเจน:

  • 85% ระบุว่า "ประสิทธิภาพของทองคำในช่วงวิกฤต" เป็นปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องสูง
  • 81% เน้นบทบาทของทองคำในการ "กระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน"
  • 80% มองทองคำเป็น "เครื่องมือเก็บรักษาคุณค่า" ในระยะยาว

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ธนาคารกลางมองทองคำเป็นมากกว่าเพียงสินทรัพย์สำรอง แต่เป็น "สินทรัพย์ยุทธศาสตร์" ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

สัญญาณอันตราย: ยุคสิ้นสุดของดอลลาร์?

หนึ่งในข้อค้นพบที่น่าตกใจที่สุดจากการสำรวจครั้งนี้คือทัศนคติต่ออนาคตของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลก 73% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมสำรวจคาดว่าสัดส่วนของดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองโลกจะลดลงในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่แสดงให้เห็นการลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปของสัดส่วนดอลลาร์ในทุนสำรองสกุลเงินตราต่างประเทศของประเทศต่างๆ ในทางตรงกันข้าม 76% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าทองคำจะมีสัดส่วนที่สูงขึ้น (ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือมาก) ในทุนสำรองรวมภายใน 5 ปี เพิ่มขึ้นจาก 69% ในปีที่แล้ว

กลยุทธ์ใหม่: การจัดเก็บทองในประเทศเพิ่มขึ้น

การเปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจคือ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการจัดเก็บทองคำ 59% ของธนาคารกลางรายงานว่ามีการจัดเก็บทองคำในประเทศอย่างน้อยบางส่วน เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 41% ในปีที่แล้ว

แม้ว่า Bank of England ยังคงเป็นสถานที่เก็บทองคำที่ได้รับความนิยมสูงสุด (64%) แต่การเพิ่มขึ้นของการจัดเก็บในประเทศสะท้อนถึงความต้องการเพิ่มการควบคุมและลดการพึ่งพาระบบการเงินต่างประเทศ

การจัดการเชิงรุก: ธนาคารกลางปรับกลยุทธ์

การสำรวจยังเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการจัดการทุนสำรองทองคำ 44% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่ามีการจัดการทุนสำรองทองคำอย่างเชิงรุก เพิ่มขึ้นจาก 37% ในปี 2024 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจ

เหตุผลหลักในการจัดการเชิงรุกคือ:

  • 85% เพื่อ "เพิ่มผลตอบแทน"
  • 22% เพื่อ "การจัดการความเสี่ยง" เพิ่มขึ้นจาก 14% ในปีที่แล้ว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีนัยสำคัญหลายประการ:

ต่อระบบการเงินโลก: การลดพึ่งพาดอลลาร์และเพิ่มการถือทองคำอาจนำไปสู่ความผันผวนในตลาดเงินตราต่างประเทศและการปรับโครงสร้างระบบการเงินระหว่างประเทศ

ต่อราคาทองคำ: ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากธนาคารกลางน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะยาว

ต่อประเทศไทย: ในฐานะประเทศที่มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์การจัดการทุนสำรอง ขณะที่ผู้ลงทุนไทยอาจได้รับประโยชน์จากแนวโน้มราคาทองคำที่เป็นบวก

บทสรุป: จุดเปลี่ยนของระบบการเงินโลก

ผลสำรวจ Central Bank Gold Reserves 2025 ไม่เพียงแค่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของธนาคารกลางต่อทองคำ แต่ยังเป็นสัญญาณของการปรับโครงสร้างระบบการเงินโลกที่กำลังเกิดขึ้น

การเพิ่มขึ้นของการสะสมทองคำอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การคาดการณ์ที่เป็นบวกต่อทองคำในอนาคต และการลดความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์สหรัฐ ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในระบบการเงินระหว่างประเทศ

ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทองคำกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" และ "เครื่องมือกระจายความเสี่ยง" ที่ธนาคารกลางทั่วโลกให้ความไว้วางใจ

คำถามที่เหลือคือ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือจะมีจุดเปลี่ยนที่รุนแรง และประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย จะปรับตัวอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับระบบการเงินโลกยุคใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

 


รายงานนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลการสำรวจ Central Bank Gold Reserves Survey 2025 โดย World Gold Council ร่วมกับ YouGov ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ - 20 พฤษภาคม 2025 โดยมีธนาคารกลาง 73 แห่งทั่วโลกเข้าร่วม