สถานะ 'ไทย' หุ้นส่วน BRICS ชิงโอกาสการค้า 'ตลาดเกิดใหม่'

สถานะ 'ไทย' หุ้นส่วน BRICS ชิงโอกาสการค้า 'ตลาดเกิดใหม่'

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ปัจจุบัน BRICS มีประเทศสมาชิก 9 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ เอธิโอเปีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ และอิหร่าน ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่าบราซิลจะเป็นประธานกลุ่ม BRICS ในวาระปี 2568 ซึ่งไทยจะมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมบางรายการในฐานะประเทศหุ้นส่วนเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนความร่วมมือของกลุ่ม BRICS ด้วย

สำหรับกลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 และได้มีการขยายจำนวนสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยสมาชิกที่เพิ่มเติมล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2567 คือ เอธิโอเปีย อียิปต์ อิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยก่อนหน้านี้ซาอุดิอาระเบียได้รับการตอบรับเข้าเป็นสมาชิกแต่ไม่ให้สัตยาบันเหมือน 4 ประเทศ หลังสุดที่เข้าเป็นสมาชิก พร้อมทั้งมีท่าทีถอนตัวจากการเป็นสมาชิกหลังจาก "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสมัยที่ 2 จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากกลุ่ม BRICS อัตราสูงสุด 100%

"ทรัมป์" ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 10% ทุกประเภทรายการ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.2568 เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามการค้ารอบใหม่ ในขณะที่ประเทศอื่นจะถูกทยอยขึ้นภาษีหลังจากนี้

 

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ ออกมาประเมินการที่สหรัฐอเมริกาจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอัตรา 100% มี 3 ประเทศ คือ รัสเซีย จีนและอิหร่าน โดยเมื่อพิจารณาทั้ง 3 ประเทศ ถือว่าไม่แปลกใจที่สหรัฐอเมริกาอาจจะเก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 100% ส่วนประเทศอินเดียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาจถูกเก็บ 10-25%

ในขณะที่บราซิล แอฟริกาใต้ อียิปต์และเอธิโอเปีย อาจถูกเก็บในอัตรา 10% และมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ถูกเก็บ โดยในกรณีดังกล่าวจะทำให้การส่งออกของสมาชิกกลุ่ม BRICS ไปสหรัฐอเมริกาลดลง 50% จาก 623,388 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ  311,694 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสหรัฐอเมริกามีเป้าหมายลดการขาดดุลการค้ากลุ่ม BRICS ลงจาก 367,673 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 183,836 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ในกรณีที่สินค้าจากกลุ่ม BRICS ถูกมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา จนทำให้การส่งออกลดลงอาจเป็นโอกาสของสินค้าไทยที่จะส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา โดยสินค้าที่จะได้ประโยชน์จากการส่งออกไปแทนที่สินค้ากลุ่ม BRICS คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า เครื่องจักร ชิ้นส่วนรถยนต์ ของเด็กเล่น ข้าวและผลไม้

ในขณะที่การที่ไทยเข้ากระบวนการเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS จะเพิ่มโอกาสทางการค้าจากการเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ได้มากขึ้น ดังนั้น ประเทศไทยควรเข้าร่วมเป็นสมาชิก BRICS เพราะโลกกำลังจัดระเบียบใหม่ที่มีแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งระเบียบโลกเดิมถูกกำหนดด้วยสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (EU) แต่ระเบียบโลกใหม่จะถูกกำหนดด้วยผู้เล่นใหม่ คือ BRICS ที่ประกอบไปด้วย

  1. ห่วงโซ่การผลิตของโลกและเทคโนโลยี ที่แรงกดดันของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างแรงกดดันให้แยกห่วงโซ่การผลิตออกจากกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจเดิม ซึ่งมีตัวอย่างที่กำลังเกิดขึ้น คือ เซมิคอนดักเตอร์
  2. ระบบการชำระเงินที่ความสำคัญของดอลลาร์สหรัฐจะลดลง ซึ่งประเทศไทยควรพิจารณาเงินทุนสำรองที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากดอลลาร์สหรัฐ เพราะระบบเศรษฐกิจไทยพึ่งดอลลาร์สหรัฐมากเกินไป
  3. กฎระเบียบที่สร้างแรงกีดกันทางการค้า ซึ่งที่ผ่านมาเกิดความชัดเจนของสงครามการค้ามาตั้งแต่ช่วงที่นายโดนัล ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก โดยมีกฎระเบียบการค้าที่เป็นอุปสรรคต่อสินค้าจีนออกมาต่อเนื่องและส่งผลทางอ้อมถึงประเทศไทย
  4. การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยที่ผ่านมาประเทศไทยพึ่งการลงทุนจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป แต่ในปัจจุบันมีความชัดเจนที่ FDI มีความหลากหลายมากขึ้น และในบางช่วงที่คำขอรับส่งเสริมการลงทุนจากประเทศจีนสูงขึ้นมาเป็นอันดับ 1

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2567 เพื่อขอความเห็นชอบการเสนอตัวเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS โดยกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าจะช่วยยกระดับประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ

รวมทั้งจะเพิ่มความร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพก้าวขึ้นมามีบทบาททางเศรษฐกิจและการเมือง โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน การเงิน ความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเพิ่มบทบาทการกำหนดทิศทางระหว่างประเทศ และส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง

รวมทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยได้ร่วมสร้างระเบียบโลกใหม่ที่กลุ่มประเทศตลาดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทสำคัญอโดยความร่วมมือกลุ่ม BRICS แบ่งเป็น 3 เสา ประกอบด้วย

  1. เสาด้านการเมืองและความมั่นคง
  2. เสาด้านเศรษฐกิจและการเงิน
  3. เสาด้านมนุษยธรรมและวัฒนธรรม

นอกจากการประชุมระดับผู้นำกลุ่ม BRICS แล้วแต่ละเสามีการประชุมทุกระดับ เช่น คณะทำงาน เจ้าหน้าที่อาวุโส ระดับรัฐมนตรี รวมปีละ 200 การประชุม และเกี่ยวกับหน่วยราชการต่างๆ ในลักษณะคล้ายกรอบอาเซียน

ดังนั้น หากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยมีความพร้อม การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS จะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมในการหารือกับประเทศสมาชิกเพื่อขายความร่วมมือด้านต่างๆ เช่น ความมั่นคง การต่อต้านการก่อการร้าย ยุติธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สาธารณสุข การคลัง การค้าและเศรษฐกิจ การจัดการภาษี การคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประเด็นสำคัญที่กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญ เป็นสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ยังคงมีความขัดแย้งระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซีย และการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศตะวันตกกับจีนที่เข้มข้นขึ้น อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันตกและพันธมิตรมีแนวโน้มต่อต้านนโยบายของรัสเซียและจีนที่เป็นประเทศริเริ่มของกลุ่ม BRICS 

การที่ประเทศไทยเสนอเข้าเป็นสมาชิก BRICS กระทรวงการต่างประเทศต้องพิจารณาบนหลักการการทูตอย่างสมดุลและยืดหยุ่นในภาวะที่การแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์เข้มข้นขึ้น และต้องเป็นประโยชน์ในการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการเมืองกับกลุ่ม BRIC และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD