“ทศ จิราธิวัฒน์” GEN 3 กลุ่มเซ็นทรัล สร้างทายาทดันธุรกิจองค์กร 100 ปี

“ทศ จิราธิวัฒน์” GEN 3 กลุ่มเซ็นทรัล สร้างทายาทดันธุรกิจองค์กร 100 ปี

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ตระกูลจิราธิวัฒน์ ถูกจัดอันดับเป็นตระกูลเศรษฐีอันดับที่ 4 ของประเทศไทยในปี 2567 จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ มูลค่าทรัพย์สิน 9,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 364,000 ล้านบาท ซึ่งตระกูลจิราธิวัฒน์เติบโตจากธุรกิจค้าปลีกและถือเป็นกลุ่มธุรกิจการค้าที่อยู่ในอันดับสูงสุด ในขณะที่อันดับ 1-3 อยู่ในภาคการผลิตทั้งหมด

รุ่นที่ 1 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ คือ “เตียง แซ่เจ็ง” หรือ “เตียง จิราธิวัฒน์” ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศไทย เริ่มทำธุรกิจครั้งแรกด้วยการเปิดร้านขายของเบ็ดเตล็ดและเครื่องดื่ม “เข่งเซ่งหลี” ที่บางขุนเทียน เป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมทุนของกลุ่มเซ็นทรัล จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงจึงย้ายมาเปิดร้านที่ย่านสี่พระยา โดยเปิดร้านขายหนังสือภาษาอังกฤษนำเข้า 

"ห้างเซ็นทรัลเทรดดิ้ง" จึงมีจุดกำเนิดที่สี่พระยาเมื่อปี 2490 โดยมี “สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์” บุตรชายคนโตของ “เตียง จิราธิวัฒน์” มาช่วยงาน ซึ่งได้ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษที่ได้จากโรงเรียนอัสสัมชัญ และเมื่อกิจการไปได้ดีจึงมีการนำเข้าสินค้าเสื้อผ้า ถุงเท้าและเครื่องสำอางเข้ามาจำหน่าย จากนั้นในปี 2499 ย่านวังบูรพาเป็นย่านการค้าใหม่ที่ขยายตัวมากจึงได้ที่ดินเพื่อสร้างห้างสรรพสินค้าที่เป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย

“จิราธิวัฒน์” ถือเป็นตระกูลใหญ่ โดย “สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์” ในรุ่นที่ 2 มีพี่น้องร่วมมารดาและต่างมารดารวม 25 คน จึงเป็นที่มาของการกำหนด “ธรรมนูญ” ของตระกูลเพื่อใช้กำกับดูแลธุรกิจของตระกูลที่กลายมาเป็นจุดแข็งของกลุ่มเซ็นทรัลในการจัดการธุรกิจครอบครัว จุดเปลี่ยนสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อเตรียมการบริหารองค์กรต่อจากรุ่นที่ 2 ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น โดยเชิญ “วิโรจน์ ภู่ตระกูล” อดีตซีอีโอของยูนิลีเวอร์มาช่วยจัดทำสภาครอบครัวและร่างธรรมนูญครอบครัว
    
หลังจากนั้น “เซ็นทรัล” จึงเข้าสู่ยุค “ทศ จิราธิวัฒน์” บุตรชายคนโตของ “สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์” ขึ้นมาเป็นซีอีโอของ “เซ็นทรัลรีเทล” และวางวิสัยทัศน์ปี 2544-2548 กำหนดให้มียอดขาย 58,000 ล้านบาท ในปีสุดท้ายของแผน “ทศ จิราธิวัฒน์” จึงนับเป็นรุ่นที่ 3 ของตระกูล ขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำองค์กรที่รับไม้ต่อจาก “สุทธิธรรม-สุทธิชาติ จิราธิวัฒน์” ผู้เป็นอา

จุดเปลี่ยนอีกครั้งของกลุ่มเซ็นทรัลที่ “ทศ จิราธิวัฒน์” มองเห็นคือการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ซึ่งถูกกำหนดในวิสัยทัศน์ปี 2553 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการออกไปซื้อห้างในต่างประเทศ เพราะมองเห็นว่าตลาดในประเทศเล็กเกินไปแล้ว และมองไปถึงการซื้อห้างหรูในยุโรป เริ่มด้วยการซื้อห้าง “ลา รีนาเซนเต” ที่มิลาน อิตาลี และห้าง “อิลลุม” ที่โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ทั้ง 2 ห้างเป็นห้างดังที่อายุเกิน 100 ปี ส่งผลให้เซ็นทรัลกรุ๊ป เริ่มถูกจับตามองจากสายตาบริษัทต่างประเทศ

ล่าสุดเมื่อเดือน ส.ค.2567 กลุ่มเซ็นทรัล ได้ประกาศว่าจบดีลการซื้อสินทรัพย์ของกลุ่มคาเดเว ซึ่งดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าสุดหรู 3 แห่งในประเทศเยอรมนี ได้แก่ คาเดเว กรุงเบอร์ลิน, โอเบอร์โพลลิงเกอร์ เมืองมิวนิก, และ อัลสแตร์เฮ้าส์ เมืองฮัมบูร์ก ได้แล้ว โดยเข้าไปซื้อหุ้น 100% จากก่อนหน้านี้ ถือหุ้น 50.1% พร้อมเข้าถือครองทรัพย์สินในเบอร์ลินทั้งหมด 
    
“ทศ จิราธิวัฒน์” ในบทบาท ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล จึงเป็นบุคลาสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลที่กำลังวางแนวทางให้กับรุ่น 4 มารับไม้ต่อ โดยมีกิจการสำคัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่ถือหุ้นประกอบด้วย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN , บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC , บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL , บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLAND 
    
เป้าหมายต่อไปของกลุ่มเซ็นทรัลอยู่ที่การขับเคลื่อนสู่องค์กร 100 ปี ในปี 2590 ผ่านกลยุทธ์การรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก และค้าส่งสินค้าที่หลากหลายผ่านช่องทางการค้าหลายช่องทาง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


หน้าหลัก > ผู้นำธุรกิจ