
นับถอยหลังสู่ พ.ร.บ. SEC: กฎหมายที่จะเปลี่ยนโฉมการลงทุนแลนด์บริดจ์
28 เมษายน 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
เมื่อเงิน 1 ล้านล้านกำลังจะไหลลงสู่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ของไทย ทุกสายตาต่างจับจ้องที่ร่างกฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศและวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจทศวรรษหน้า
ในขณะที่รัฐบาลเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลายฝ่ายต่างตั้งคำถามว่า กฎหมายฉบับนี้จะสามารถปลดล็อกการพัฒนาแลนด์บริดจ์—โครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาทที่จะเชื่อมสองฝั่งทะเล—ได้จริงหรือไม่
กฎหมายที่ประกอบด้วย 8 หมวด 71 มาตรานี้ ไม่เพียงกำหนดกรอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเปิดช่องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่สำคัญหลายประการ ทั้งการให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายในการอนุมัติโครงการแทนหน่วยงานเดิม การอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% ในบางธุรกิจ และการยกเว้นกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา
การเดิมพันครั้งนี้มีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านบาท คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ "ใคร" จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ แต่เป็น "อย่างไร" ที่กฎหมายฉบับนี้จะสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนา การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ในขณะที่ต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านบนเวทีการค้าโลก
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
ร่างกฎหมายประกอบด้วย 8 หมวด และบทเฉพาะกาล รวมทั้งสิ้น 71 มาตรา โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
ขอบเขตพื้นที่และวัตถุประสงค์
กำหนดให้พื้นที่จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพื้นที่อื่นในภาคใต้ที่อาจกำหนดเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นศูนย์กลางของภาคใต้ในการเชื่อมโยงการค้าและโลจิสติกส์กับพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศและประเทศในภูมิภาคฝั่งอันดามัน
คณะกรรมการนโยบาย
กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธาน มีรัฐมนตรีจาก 16 กระทรวงหลัก ผู้แทนหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการ
คณะกรรมการมีอำนาจในการกำหนดนโยบาย แผนพัฒนา และพิจารณาอนุมัติ อนุญาต ให้สิทธิ หรือสัมปทานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายสำคัญด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน
สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย
จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เป็นหน่วยงานธุรการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดยมีเลขาธิการเป็นผู้บริหาร สำนักงานมีหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบาย จัดทำแผนพัฒนา ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่
การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
กำหนดให้มีการจัดทำนโยบายและแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนา แผนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค รวมถึงแผนการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร
มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อการพัฒนา รวมถึงการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. และที่ราชพัสดุ โดยคณะกรรมการมีอำนาจในการอนุมัติและอนุญาตการใช้ที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการ
เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
กำหนดให้คณะกรรมการสามารถกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ อย่างน้อย 14 ประเภท ได้แก่:
- เมืองอัจฉริยะ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและดิจิทัล
- การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
- การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
- ศูนย์กลางอาหารฮาลาล
- การแปรรูปอาหาร ยางพารา และพืชเศรษฐกิจอื่น
- อุตสาหกรรมหุ่นยนต์
- ศูนย์กลางทางการเงิน
- กลุ่มพลังงานสะอาด (Green Energy)
- นิคมอุตสาหกรรม
- ศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค
- อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ
- การแพทย์และสุขภาพครบวงจร
- วิถีชุมชน
- อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม
ผู้ประกอบการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและไม่ใช่ภาษี รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตต่างๆ แบบเบ็ดเสร็จ
นักลงทุนต่างชาติ
ร่างกฎหมายเปิดช่องให้คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจพิจารณาให้สิทธิ สัมปทานแก่นิติบุคคลต่างด้าวที่ถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 49 สามารถเป็นผู้มีสิทธิเข้าร่วมลงทุนหรือประกอบกิจการได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน
กองทุนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
จัดตั้งกองทุนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เพื่อเป็นทุนสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ชุมชน และประชาชนที่อยู่ภายในหรือได้รับผลกระทบจากการพัฒนา
บทลงโทษ
กำหนดโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาทสำหรับผู้ที่ใช้ชื่อ เครื่องหมาย หรือถ้อยคำที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ
กรอบเวลาและการพิจารณา
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ. SEC ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และอยู่ระหว่างการสรุปปรับปรุงก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือนพฤษภาคม 2568
จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในการประชุมสมัยสามัญที่จะเปิดวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาในวาระ 1, 2 และ 3 ช่วงเดือนกันยายน และเสนอวุฒิสภาในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน หลังจากนั้นจะนำร่างทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ภายในปลายปี 2568
ผลกระทบและการดูแลประชาชน
ร่างกฎหมายนี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะการเวนคืนที่ดินประมาณ 9,263 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการ
ในการรับฟังความคิดเห็น ได้มีการบันทึกรายละเอียดผลกระทบและกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยา เช่น การจ้างงานผู้ที่ได้รับผลกระทบในอุตสาหกรรมของโครงการ การชดเชยค่าที่ดินและทรัพย์สิน รวมถึงการสร้างอาชีพใหม่ให้ประชาชนในพื้นที่
ปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการ สนข. ยืนยันว่า
"โครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นแล้วต้องไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่จะสร้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่ ลูกหลานไม่ต้องออกจากพื้นที่ไปหางาน สามารถอยู่ในพื้นที่และอยู่กับครอบครัวได้"
จากการรับฟังความคิดเห็นทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาการท่องเที่ยว และประชาชน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน การบังคับใช้กฎหมาย และการเน้นธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco System)
นับเป็นความท้าทายของรัฐบาลในการผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้ผ่านการพิจารณาตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อเปิดทางให้โครงการแลนด์บริดจ์สามารถเริ่มต้นขั้นตอนการประมูลและก่อสร้างได้ตามแผนที่วางไว้ อันจะนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจของภาคใต้และประเทศไทยโดยรวม
เอกสารแนบ : ร่าง พรบ SEC
เอกสารแนบ : สาระสำคัญ ร่าง พ.ร.บ. SEC
