
บทเรียนธุรกิจโรงงานน้ำตาล รับซื้อ 'อ้อยไฟไหม้' สะเทือนโมเดลธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
21 มีนาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
การเผาในพื้นที่เกษตรเป็นอีกปัจจัยที่หลายฝ่ายจับตามอง โดยมีเป้าหมายจำกัดการเผาครอบคลุมพืช 3 ชนิด ประกอบด้วย นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และอ้อยโรงงาน
สำหรับอ้อยโรงงานเป็นพืชที่มีการรณรงค์ให้หยุดเผาก่อนการเก็บเกี่ยวมามากกว่า 20 ปี โดยกระทรวงอุตสาหกรรม รายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2546 ว่าปัญหาอ้อยไฟไหม้ส่วนหนึ่งมาจากชาวไร่อ้อยเผาเพราะต้องการความสะดวกในการตัดและการขนส่ง และส่วนหนึ่งมากจากวางเพลิงเผาอ้อยของหัวหน้าโควตาหรือนายทุนเพื่อต้องการบังคับซื้ออ้อยจากเกษตรกรชาวไร่อ้อยรายเล็กในราคาถูก
ปัจจุบันการเผาอ้อยก่อนทำการเก็บเกี่ยวมีปัจจัยหลักมาจากระบบส่งเสริมการตัดอ้อยสดไม่ได้ผลเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนการเก็บเกี่ยวและการเข้าถึงเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐมีการจัดสรรงบประมาณระหว่างปี 2553-2564 เพื่อเป็นสินเชื่อซื้อรถตัดอ้อยรวม 9,000 ล้านบาท รวมทั้งในปี 2564 อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือชาวไร่ตัดอ้อยสดเพื่อลด PM2.5 ประมาณ 6,000 ล้านบาท
การแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้จำเป็นที่ต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ โรงงาน้ำตาลและชาวไร่อ้อย โดยในส่วนโรงงานน้ำตาลมีการรณรงค์ให้ชาวไร่อ้อยหยุดเผาก่อนตัดอ้อยทั้งที่เป็นคู่สัญญา Contract farming และลูกไร่ทั่วไป ซึ่งโรงงานน้ำตาลหลายแห่งประกาศตัวที่จะเข้าสู่การทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
ในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา ธุรกิจโรงงานน้ำตาลมีขยายขยายธุรกิจสู่โรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อใช้เศษเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เกิดมูลค่า รวมทั้งขยายธุรกิจเข้าสู่การผลิตเอทานอลที่เป็นวัตถุดิบของการผลิตแก๊ซโซฮอล์ และบางแห่งขยายเข้าสู่ธุรกิจไบโอชีวภาพ ซึ่งโมเดลธุรกิจดังกล่าวล้วนตอบโจทย์การเป็นธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมน้ำตาลดังกล่าวทำให้บริษัทน้ำตาลหลายแห่งออกมาประกาศแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนบนเว็บไซต์ของบริษัท อาทิ
1.กลุ่มมิตรผล ได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่จะเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมน้ำตาลและ Bio-based โดยใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีร่วมกับการบริหารจัดการอย่างบูรณาการเพื่อสร้างคุณค่าสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคม
2.กลุ่มวังขนาย มีนโยบายในการผลิตน้ำตาลให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด เริ่มตั้งแต่การปลูกอ้อย จะส่งเสริมให้เกษตรกร ใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี และผ่านกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน ดีต่อสุขภาพผู้บริโภค เพราะตระหนักถึงสุขภาพของผู้บริโภคมากที่สุด ภายใต้แนวคิด Health Concern
3.กลุ่มไทยชูการ์มิลล์ มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจสร้างระบบนิเวศของธุรกิจภายใต้แนวคิด BCG ในทุกธุรกิจ โดยให้ชาวไร่ปลูกอ้อยอย่างยั่งยืน ลดการใช้สารเคมีและรณรงค์ให้ชาวไร่ตัดอ้อยสดสะอาด 100% เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคม
4.กลุ่มน้ำตาลขอนแก่น มีแนวคิด BCG Model ที่ให้ความสำคัญกับการประกอบธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุล พร้อมปฎิบัติตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืนตาม SDGs (Sustainable Development Goals) และภายใต้กรอบ ESG (Environment, Socia และ Governance)
ขณะที่สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ทั่วประเทศส่งผลให้ ครม.สั่งการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2568 ให้เร่งกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประกอบการอ้อยและน้ำตาลทรายงดการรับซื้ออ้อยไฟไหม้อย่างเด็ดขาด แต่ในช่วงเดือน ม.ค.2568 ยังมีโรงงานน้ำตาลหลายแห่งรับซื้ออ้อยไฟไหม้มียอดสะสมเกิน 25% ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้
ในเดือน ก.พ.2568 สถิติการรับซื้ออ้อยไฟไหม้จะลดลงและข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.พ.2568 การรับอ้อยเข้าหีบของโรงงานน้ำตาล 58 แห่งทั่วประเทศ พบว่า มีการรับซื้ออ้อยไฟไหม้รวมอยู่ที่สัดส่วน 9% เป็นครั้งแรก แต่ช่วงที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นความท้าทายของโรงงานน้ำตาลอย่างมากที่ประกาศตัวเองเป็นธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
